
อสังหาฯไม่มั่นใจเศรษฐกิจ
ชะลอแผนลงทุน6เดือนหน้า หวั่นการเมืองป่วนทำทรุดอีก
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ประกอบการอสังหาฯ เริ่มไม่มั่นใจเศรษฐกิจดอกเบี้ยขาขึ้น เล็งชะลอลงทุนแผน 6 เดือนข้างหน้านายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อาจเริ่มชะลอการลงทุนและเปิดโครงการใหม่ใน 6 เดือนข้างหน้า เพราะไม่มั่นใจการเมืองและเศรษฐกิจ ใน 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ประกอบกับใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมามีจำนวนการเปิดโครงการใหม่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องระมัดระวังในการลงทุนโครงการใหม่มากขึ้น
ทั้งนี้ พบว่าดัชนีความคาดหวังใน 6 เดือนข้างหน้าไปถึงเดือน มี.ค. 2554 ซึ่งสำรวจในไตรมาส 3 เท่ากับ 65.6 ลดลงจากไตรมาส 2 ที่มีค่าเท่ากับ 68.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยประจำไตรมาส 3 มีค่าเท่ากับ 52.8 ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่มีค่าเท่ากับ 49.9
ดังนั้น สาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบันเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว เนื่องจากผู้ประกอบการทั้งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และไม่ได้จดทะเบียนมีแผนการลงทุน และเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น
เนื่องจากดัชนีค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานสำหรับไตรมาส 3 ปีนี้ 2553 มีค่าเท่ากับ 128.8 ปรับตัวขึ้น 0.9 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 และปรับตัวขึ้น 2.8 จุด เมื่อเทียบกับค่าดัชนี 126 ในไตรมาส 3 ปี 2552
แม้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจะมีค่าลดลง แต่ดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐานกลับปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากราคาไม้ปรับเพิ่มขึ้น โดยวัสดุหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้มีสัดส่วนเพียง 5.5% ในการคำนวณดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง แต่มีสัดส่วนถึง 15% ในการคำนวณดัชนีราคาค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน
สำหรับ 8 เดือนแรกของปีนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนบ้านใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนรวม 5.9 หมื่นยูนิต เพิ่มขึ้น 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในเขตกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 6% แต่เขตปริมณฑลลดลง 4% ในจำนวนจดทะเบียนใหม่ทั้งหมดเป็นคอนโดมิเนียม 2.85 หมื่นยูนิต ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นบ้านเอื้ออาทร 8,900 ยูนิต หรือ 31% บ้านเดี่ยวมีจำนวนรวม 2 หมื่นยูนิต เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 72% จำนวนรวม 9,050 ยูนิต
สำหรับเขตที่มีการจดทะเบียนแนวราบสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี อ.เมือง จ.สมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร อ.บางบัวทองและอ.เมืองจ.นนทบุรี ตามลำดับ ส่วนคอนโดมิเนียม 5 อันดับแรกได้แก่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เขตพระโขนง กทม. อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เขตห้วยขวาง และเขตบางขุนเทียน กทม. ตามลำดับ
ขณะที่เรื่องของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในเดือน ส.ค. อยู่ที่ 9,000 ยูนิต เพิ่มขึ้น 73% จากเดือน ก.ค. เนื่องจากเดือน ก.ค. เป็นช่วงหลังสิ้นสุดมาตรการ แต่ลดลง 33% จากเดือน ส.ค. ปีก่อน
ด้านทาวน์เฮาส์มีจำนวนโอนสูงสุดคิดเป็นสัดส่วน 36% และเป็นการโอนเพิ่มขึ้นสูงสุด 89% ตามมาด้วยคอนโดมิเนียมโอนเพิ่มขึ้น 72% หรือ 32% บ้านเดี่ยวโอนเพิ่มขึ้น 73% คิดเป็นสัดส่วน 19% โดยมูลค่าการโอนที่อยู่อาศัยในเดือน ส.ค.รวม 16,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% จากเดือน ก.ค.กรกฎาคม ลดลง 42% จากสิงหาคมปีก่อน ในช่วง 8 เดือนแรกจำนวนโอน ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 21% เป็น 120,600 ยูนิต จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าโอนรวม 2.66 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%







