
ปีชง
ครั้นจะว่า “ไม่เชื่อ” ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำเสียทีเดียว...
โดย ธนพล บางยี่ขัน
ครั้นจะว่า “ไม่เชื่อ” ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากเต็มคำเสียทีเดียว...
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้น่าจะมาจากงานที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำสกู๊ปเรื่องปีชงพ่วงการสะเดาะเคราะห์เมื่อหลายปีก่อน ทำให้ต้องตระเวนเดินสายไปเก็บข้อมูลตามสถานที่ยอดฮิต ทั้งวัดไทย วัดจีน มูลนิธิ ฯลฯ
ฝูงชนที่คลาคล่ำเต็มพื้นที่ลานวัดสะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสังคมที่กำลังงอกเงย
ครั้งนั้นรอบนักษัตรในปีนั้นเวียนมาบรรจบเป็นปีชงของผมพอดิบพอดีแบบไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน
แทบไม่ต้องคิดอะไรมาก ในเมื่อโอกาสมาอยู่ตรงหน้าและไม่มีอะไรเสียหาย หลังได้ข้อมูลทำสกู๊ปเพียงพอ ผมจึงเปลี่ยนสถานะจากคนสังเกตการณ์มาเป็นผู้ร่วมเหตุการณ์
ไม่มีอะไรยุ่งยากแค่เดินไปตามแถวเหมือนผู้ร่วมชะตากรรมคนอื่นๆ แวะหยุดตามซุ้มต่างๆ ชำระเงินรับอุปกรณ์ทำตามคำบรรยายที่เขียนอธิบายไว้พร้อมมีเจ้าหน้าที่ช่วยอธิบายประกอบ
เสร็จสิ้นกระบวนการปลดเปลื้อง “เคราะห์” ผมเดิน ตัวเบา กระเป๋าเบา ออกจากวัด ด้วยจิตใจเบิกบาน ในใจกระหวัดหวนคิดถึงแต่เรื่องดีๆ วันนี้ได้ทั้งงาน ได้ทั้งทำบุญ ได้ทั้งสะเดาะเคราะห์ คุ้มค่ากับการเดินสายไปตามวัดต่างๆ
เหตุการณ์หักมุมไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลัง ผมถูกหมาลอบกัดระหว่างทางกลับบ้าน หมาที่ทำท่าไม่สนใจมันย้อนกลับมากัดและวิ่งหนีไปทั้งที่ผมเดินห่างมาจากถิ่นมันไกลพอสมควร
ตอนนั้นตกใจมากกว่าจะรู้สึกเจ็บ เลิกขากางเกงดูเป็นรอยเขี้ยวแค่ถลอกมีเลือดออกซิบๆ แต่เพื่อตัดปัญหาในอนาคตผมตัดสินใจพาตัวเองไปฉีดวัคซีนกันพิษสุนัขบ้าและบาดทะยัก
เรื่องนี้เล่าให้ใครฟังเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ก็จะบอกไปในทำนองเดียวกันว่า “ฟาดเคราะห์” พร้อมชี้ให้เห็นข้อดีของไปทำพิธีแก้ชง จนสามารถปัดเป่าเคราะห์ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง
จบปีชงรอบนั้นไปแบบไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัวอะไรเพิ่มเติม ส่วนหนึ่งเพราะหลังหมากัดวิถีชีวิตก็ถูกปรับเปลี่ยนมาอยู่ในโหมดที่ระมัดระวังตัวเพิ่มมากขึ้น แต่ละก้าวย่างจึงเป็นไปอย่างไม่ประมาท
ความเป็นจริงหมากัดมันก็ไม่ใช่เหตุรุนแรงจนถึงขั้นเลือดตกยางออกอะไรมากมาย แต่ปัญหาที่ตามมาหลังจากนั้นมากกว่า ทั้งการต้องคอยไปฉีดยากันพิษสุนัขบ้าตามระยะเวลาที่กำหนด
ยังไม่รวมกับมุมมองที่มีต่อสุนัขข้างทาง จนขาดความเอ็นดู ต้องคอยเพิ่มความระแวดระวังตัวมากขึ้นจนไม่อยากไปวิสาสะทักทายหรือแสดงความเป็นมิตรกับสุนัขแปลกหน้าเหมือนที่ผ่านๆ มา
ยิ่งช่วงที่มีข่าวคราวเรื่องการแพร่ระบาดของพิษสุนัขบ้าจนมีผู้เสียชีวิต ยิ่งทำให้หวนย้อนนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น
แต่ปัญหาที่ยังคิดไม่ตกคือ เรื่อง “เคราะห์” และ “กรรม” ที่ในฐานะคนพุทธแล้วยากจะแยกออกจากกันได้
คำสอนเรื่องกรรมดี กรรมชั่ว ล้วนเป็นเอกเทศไม่อาจลบล้างกันได้ ผลของกรรมที่ว่ากันว่าเป็นกงเกวียนกำเกวียนไม่อาจหนีพ้นได้ การสะเดาะเคราะห์จึงใช่ว่าจะสามารถลบล้างหรือหนีผลกรรมไปได้
ปีนี้ผมติดลิสต์คนปีชงอีกครั้ง ถึงจะไม่ได้ปักใจเชื่อกับเรื่องนี้ แต่ก็เข้าสู่กระบวนการแก้ชงตั้งแต่ต้นปีตามคำชักชวนของคนร่วมปีชงด้วยกัน
รอบนี้คนยังเยอะเหมือนเดิม แถมยังเจอคนรู้จักมาร่วมแก้ชง จากการพูดคุยเขาถ่ายทอดประสบการณ์ “คลาดแคล้ว” จากปีชงรอบก่อนที่รุนแรงถึงขั้นเฉียดตาย จนผมไม่กล้าหยิบยกเรื่องหมากัดไปแลกเปลี่ยนกับเขา







