posttoday
ขี่พายุ ทะลุเทคโนโลยี

ขี่พายุ ทะลุเทคโนโลยี

15 เมษายน 2561

เทคโนโลยีใหม่ที่อุบัติขึ้นในโลก บางเรื่องก็ตั้งใจค้นคว้าทดลองมา บางทีก็พบโดยบังเอิญ

โดย โดย ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]

เทคโนโลยีใหม่ที่อุบัติขึ้นในโลก บางเรื่องก็ตั้งใจค้นคว้าทดลองมา บางทีก็พบโดยบังเอิญ ส่วนใหญ่ใช้เวลาบ่มเพาะให้สุกงอมมีเสถียรภาพสัก 20 ปี จึงสามารถออกมาเปลี่ยนโลก เปลี่ยนพฤติกรรม และเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ มันเป็นเช่นนี้มานับร้อยปีแล้ว เทคโนโลยีใหม่อาจทำให้ธุรกิจของคุณล้มไม่เป็นท่า หรือสร้างธุรกิจให้มั่นคงมั่งคั่งได้หากรู้จักวิธีนำมาใช้ให้เหมาะสม ทุกวันนี้เราพูดถึงเทคโนโลยีสื่อสารกันทุกวัน และก้าวไปขั้น IoE หรือ Internet of Everything เพราะอินเทอร์เน็ตได้เชื่อมโยง Everything ทุกสิ่งสรรพเข้าด้วยกัน ครบถ้วนเป็นองค์ประกอบ 4 แล้ว ได้แก่ 1) คน คือ ผู้ใช้งาน 2) อุปกรณ์เครื่องมือ เช่น สมาร์ทโฟน สมาร์ทโฮม สมาร์ททีวี ฯลฯ 3) กระบวนการใช้งานอุปกรณ์ และ 4) ข้อมูลการใช้งาน...

อุปกรณ์ต่างๆ ในโลกอีก 4-5 ปีข้างหน้าประมาณว่า 1 แสนล้านเครื่องจะสามารถเชื่อมโยงกันหมด ไม่ใช่แค่ สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ก พีซี แท็บเล็ต เท่านั้น อุปกรณ์อื่นๆ ในสถานที่ที่เราอยู่ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน เช่น โทรทัศน์ นาฬิกา แว่นตา ตู้เย็น กระปุกออมสิน เครื่องซักผ้า รถยนต์ กล้องวงจรปิด ฯลฯ จะถูกเชื่อมโยงต่อกันและเกิดข้อมูลจำนวนมากที่จัดเก็บมาอย่างรวดเร็ว แล้วกลายเป็น อภิมหาข้อมูล Big Data ที่ทำงานอยู่บนอากาศ หรือคลาวด์คอมพิวติ้ง เมื่อใช้งานกันมากขึ้น ยิ่งเวลาผ่านไป ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูล และราคาอุปกรณ์ก็จะถูกลงไปเรื่อยๆ จนทำให้การใช้งานแผ่ขยายไปในวงกว้างในที่สุด เมื่อใดที่ระบบ 5จี เริ่มใช้งานได้เมื่อไหร่ ความเร็วของอินเทอร์เน็ตจะเข้าขั้นอภิมหาเทพ สามารถบันดาลความเร็วกว่าปัจจุบันมากกว่า 1,000 เท่าตัว เทียบง่ายๆ ทุกวันนี้ดาวน์โหลดหนัง 1 เรื่อง ใช้เวลา 30 วินาที แต่ 5จี  สามารถโหลดหนัง 33 เรื่อง ใน 1 วินาทีเท่านั้น

และ “อินเทอร์เน็ตทั้งปวง” นี้ ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กหนุ่มสาวในเกาหลี (และไทย) ให้เลิกอ่านหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารในรูปเล่มกระดาษ อยากรู้เรื่องอะไรก็ดูทางมือถือ ความสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งของเด็กรุ่นใหม่จะเหลือเวลาสั้นมาก ไม่เกิน 1-2 นาที ดูแค่รู้แต่ไม่ลึก ทำให้เด็กส่วนใหญ่กลายเป็น “สมาธิสั้นเทียม” ไม่ใช่สมาธิสั้นจริงตามหลักจิตเวช คือ ไม่สามารถดึงสมาธิไว้อยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานอันเนื่องมาจากพฤติกรรมซ้ำๆ ที่สามารถเสพเกมและข่าวสารสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว

ขี่พายุ ทะลุเทคโนโลยี

ด้วยเหตุนี้ หนังสือพิมพ์กระดาษในเกาหลีจึงได้กลายร่างเป็นแผ่นหินในตำนานเกือบสมบูรณ์ คำว่า “สื่อมรดก” หรือ “Legacy Media” ถูกเรียกขานในวงการสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์เกาหลีที่ยังไม่ปรับตัวอย่างน่าเจ็บช้ำใจ สื่อโทรทัศน์เกาหลีทุกวันนี้มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มแม่บ้านวัย 40 อัพ ที่ไม่ได้ทำงานบอกบ้าน ส่วนหนุ่มสาวก็ไม่ดูโทรทัศน์กันแล้ว แต่จะเสพข่าวสั้นจากอินเทอร์เน็ต หรือ SNS เช่น ไลน์ หรือกาเกาทอล์ก และดูคลิปวิดีโอที่ตนเองสนใจแทน ทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์จึงต้องปรับโครงสร้างรายการอย่างรวดเร็วและมีเทคนิคการนำเสนอเพื่อเจาะเฉพาะกลุ่ม ต้องทำให้แตกต่างจากคู่แข่งจึงจะอยู่รอดได้  มิเช่นนั้นก็จะค่อยๆ ล่มสลายไปเหมือนหนังสือพิมพ์หลายฉบับในบ้านเรา

ในช่วงที่ “เชกา” ไปเก็บตัวอยู่เกาหลี 1 เดือน ได้มีโอกาสเยี่ยมสำนักพิมพ์และสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง  ได้เห็นความพยายามเอาชนะ “พายุคลั่งพลังดิจิทัล” ของหลายสำนักจนประสบความสำเร็จ ยกตัวอย่าง เช่น ข่าวออนไลน์ที่เอาชนะใจวัยรุ่นที่สุดอันดับหนึ่ง ได้แก่ โปรเจกต์ของสถานีโทรทัศน์ SBS ที่คิดค้น “ซื้อบื้อซึนิวส์” ขึ้นมาเอาใจเฉพาะกลุ่มคนอายุ 10-20 ปี เป็นข่าวหน้าอินเทอร์เน็ตของสถานีแต่ไม่ออกอากาศเพราะเด็กๆ ไม่ดูทีวีกันแล้ว แต่จะดูคลิปซ้ำๆ และ ส่งต่อๆ กันในกาเกาทอล์ก

โปรเจกต์นี้เตรียมมา 3 ปีก่อนจะเอาจริง เขาบอกว่าล้มเหลวก็หลายครั้งกว่าจะสำเร็จ เริ่มต้นโดยใช้ทีมวิจัยย่อยๆ ค่อยๆ ทดลองผิดลองถูก ตั้งแต่การตั้งชื่อคอลัมน์ข่าว หาข่าวนำเสนอ โดยมีเป้าหมายที่จะหาสิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่ง ในที่สุดก็ได้ชื่อว่า “ซื้อบื้อซึนิวส์” มา เขาเริ่มทำข่าวเป็น Card News นำเสนอข่าวด้วยรูปและวิดีโอสั้นตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย การนำเสนอก็ไม่ได้มานั่งอ่านข่าวแต่เล่าเรื่องราวสั้นๆ เป็น Story Telling  ส่วนเนื้อข่าวเป็นทั้งเรื่องเก่ามาเล่าใหม่และเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีใครนำเสนอ ใช้คนเขียนเรื่อง 1 คน ทำวิดีโออีก 3-5 คน ต่อ 1 เรื่อง ใช้เวลา 1-2 วัน ก็ออกข่าวได้ เทคนิคสำคัญคือเนื้อข่าวควรเป็นเรื่องที่ “สะท้านสะเทือนอารมณ์” ผู้ชมในวัย 10-20 เช่น เรื่องสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งในเกาหลีช่างน่าสงสาร ยอดส่งต่อเป็นแสนครั้ง ทุกวันนี้ข่าว “ซื้อบื้อซึ” มีทีมงาน 35 คน ผลิตคลิป 5-6 เรื่องต่อสัปดาห์ มียอดดูหลายแสนต่อเรื่องและมีกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ขี่พายุ ทะลุเทคโนโลยี

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับต้องมีฉบับออนไลน์เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ทุกฉบับต้องมีการเพิ่มความพิเศษเพื่อเพิ่มกำไรขึ้นไป เช่น “โคเรียเฮราลด์” ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษ 1 ใน 2 ฉบับที่มียอดขายมากที่สุดในเกาหลี ความเชี่ยวชาญของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ คือ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ กับ K-POP จึงทำให้เป็นหนังสือพิมพ์ที่หนังสือพิมพ์ต่างชาติอ้างอิงเนื้อข่าวถึงมากที่สุด

ทางด้านยุทธศาสตร์การสร้าง Readership “โคเรียเฮราลด์” ขยาย Readership ไปถึงกลุ่มนักศึกษา ด้วยการพิมพ์นิตยสารฉบับภาษาอังกฤษระดับมหาวิทยาลัย ที่มีเนื้อหาที่สนับสนุนการเรียนและอาชีพโดยผ่านการสร้างระบบเครือข่าย English Newspaper In Education (ENIC) ในมหาวิทยาลัยใหญ่และดังทั่วประเทศ จึงทำให้เป็นนิตยสารที่นักศึกษาเกาหลีทั่วประเทศอ่านมากที่สุด และยังเกาะกระแสโดยเน้นการวิเคราะห์ธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อนักศึกษาจบใหม่ด้วย

ส่วน Readership ของนักธุรกิจทั้งเกาหลีและต่างชาติซึ่งอ่านภาษาเกาหลีไม่แตกฉาน ก็ได้เปิดโซนเมมเบอร์ที่ชำระเงินเพื่อรับข่าวอินไซด์ที่สุด และบทวิเคราะห์ทางด้านการเงินการลงทุนจากทั่วโลกและในเกาหลี นอกจากนี้ “โคเรียเฮราลด์” ยังเพิ่มธุรกิจออนไลน์ขายขนมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในร้าน Just Juice จาก Herald Eco-farm และขยายแฟรนไชส์ด้วย สินค้าทุกอย่างเป็นออร์แกนิก ไม่มีสารปนเปื้อน เป็นโมเดลธุรกิจ แบบ Offline to Online บางวันก็เห็นนักข่าวมาช่วยกันลงมือทำกันอย่างสนุกสนานด้วยค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท