
อย่าใช้เด็ดขาด
เริ่มเล็งเห็นความชัดเจนขึ้น เมื่อกูรูทางกฎหมายอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ
โดย ทองพระราม
เริ่มเล็งเห็นความชัดเจนขึ้น เมื่อกูรูทางกฎหมายอย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ได้ออกมาบอกอย่างมั่นใจว่าโรดแมปการเลือกตั้งจะอยู่ช่วงเดือน ก.พ. 2562
นับเป็นสัญญาณที่หลายฝ่ายโดยเฉพาะฟากการเมือง เริ่มจับจ้องเป็นสายตาเดียวกันว่าจากนี้จะสามารถเดินหน้าบรรลุสู่เป้าหมายในการคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน
ผ่านการลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้แทนราษฎร และพรรคการเมืองซึ่งคิดว่าจะเข้ามาสานต่อเพื่อทำประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างโลกเสรี
ทว่า ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องรอให้เกิดความกระจ่างชัดเพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง โดยเฉพาะการตีความกฎหมายลูก 2 ฉบับ ซึ่งได้มีการยื่นให้กับศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นที่เรียบร้อย ขณะเดียวกัน รวมถึงคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 53/2560
อันส่งตรงอานุภาพให้กับพรรคการเมืองต่อการดำเนินกิจกรรมพรรค ซึ่งอาจขัดจนเป็นปัญหากับบรรดาพรรคการเมืองให้นำไปสู่จุดจบแบบรุนแรงได้
กระนั้นก็ตามเรื่องนี้ยังคงต้องใช้เวลาจากหน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม คือ ศาลรัฐธรรมนูญกับการทำหน้าที่ตีความในประเด็นที่ส่งปัญหาและอาจกระทบการเลือกตั้ง
ให้เกิดความกระจ่างทั่วหน้าเดียวกัน เพื่อกันข้อครหาจากหลายฝ่ายที่กำลังรุมจ้องเรื่องดังกล่าว ถึงผลการพิจารณาจะออกมาในทิศทางใด คุณหรือโทษ
ประการสำคัญซึ่งหลายฝ่ายให้ความสนใจ ยิ่งเฉพาะข้อห่วงใยต่อประเด็นการใช้มาตรา 44 เพื่อยืดและทอดเวลาการเลือกตั้งให้ยาวออกไป
ทั้งนี้ ปมดังกล่าวเป็นเรื่องจำเป็นที่รัฐบาลสมควรออกมาป่าวประกาศให้สังคมโดยทั่วได้รับทราบว่าจะไม่ใช้มาตรานี้ กระทำในลักษณะอันส่งผลต่อทางการเมือง
หากตราบใดยังใช้กฎหมายดังกล่าวซึ่งทำให้เกิดความกังวล แน่นอนว่าย่อมไม่เป็นผลดีกับตัวรัฐบาล และอาจถูกมองได้ในเชิงอยากอยู่ในอำนาจอย่างไร้ขีดจำกัดต่อไป
และอย่าลืมว่ามาตรานี้นั้นดูเหมือนมีอำนาจเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่ผ่านมือผู้ร่างมากประสบการณ์อย่าง มีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมคณะ
ดังนั้น จึงไม่ควรมีเหตุสมควรแก่ประการใดจะหยิบมาตรา 44 มาใช้โดยเด็ดขาด เนื่องจากทุกอย่างถูกหยิบยกส่งถึงมือกระบวนการยุติธรรมเป็นที่เรียบร้อย
เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าอย่างไร้ข้อหา โดยเฉพาะการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องที่หลายภาคส่วนตั้งตารอคอย หวังให้ประเทศได้มีผู้นำมาจากการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันปมใหญ่ของชาติ คือ เศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี อย่าให้เรื่องประมาณนี้มาสร้างความเคลือบแคลงกังวลใจให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ปล่อยให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามครรลองอันควรเป็น
หากยิ่งยื้อยุดฉุดกระชากรั้งไว้เพียงใด ย่อมสร้างความหมองหม่น บั่นทอน ต่อความไว้วางใจจากประชาชน และนานาประเทศที่กำลังจับตาเมืองไทยอยู่ทุกย่างก้าว







