posttoday
ตลาดทุนไทยแกร่งทุกด้าน

ตลาดทุนไทยแกร่งทุกด้าน

14 เมษายน 2561

นับถอยหลังอีกเดือนกว่าๆ ก็จะครบวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดย ยินดี ฤตวิรุฬห์

นับถอยหลังอีกเดือนกว่าๆ ก็จะครบวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คนที่ 12 ของ เกศรา มัญชุศรี ที่ดำรงตำแหน่งนี้มาจะครบ 4 ปี ในวันที่ 31 พ.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาเกือบ 4 ปี ต้องบอกว่าตลาดทุน-ตลาดหุ้นไทยเจริญรุ่งเรืองขึ้นในทุกด้าน ทั้งลึกและกว้าง ก้าวขึ้นทำเนียบผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านของการระดมทุน ครองตำแหน่งตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2555 และเป็นตลาดทุนที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในภูมิภาค

ขณะที่ในประเทศเราเอง ก็จะเห็นว่าในห้วงเวลาดังกล่าวตลาดหุ้นไทยคึกคักดัชนีทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องและขึ้นมาซื้อขายในระดับที่ทะลุ 1,800 จุดได้แล้ว ขณะที่มูลค่าเฉลี่ยซื้อขายต่อวันก็ทำสถิติสูงสุดในระดับแสนล้านบาทอยู่หลายครั้ง

โพสต์ทูเดย์มีโอกาสสัมภาษณ์ เกศรามัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเธอกล่าวว่า ผลงานทั้งหมดที่เกิดในระยะเวลา 4 ปี ที่ตลาดหุ้นไทยก้าวขึ้นมาผงาดและทำสถิติสูงสุดในด้านต่างๆ ทั้งในและภูมิภาคเพราะเรามีทีมทำงานที่เข้มแข็ง ทำงานร่วมกันเป็นทีม ทั้งในแง่ของการเพิ่มคุณภาพและเพิ่มปริมาณ เน้นในเรื่องของความมั่นคงยั่งยืน ซึ่งตลาดทุนถือเป็นตลาดที่สร้างสถิติที่สูงสุดในหลายๆ ด้าน เช่น มีมูลค่าไอพีโอมากที่สุด มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เพิ่มขึ้นสูงมาก ล่าสุดอยู่ที่ 17.74 ล้านล้านบาท หรือ 120% ของจีดีพีประเทศเทียบจากอดีต 4 ปีก่อนหน้าจะอยู่ในระดับประมาณ 70% ของจีดีพีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การที่แนวโน้มเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวและเริ่มเห็นอัตราการเติบโตที่ระดับ 4% ก็จะสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตขึ้นไปได้อีกในอนาคต เพราะการที่เศรษฐกิจเติบโตจะทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหลักทรัพย์ก็จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามผลดำเนินงานที่ดีด้วย

นอกจากนี้ หากดูคุณภาพของ บจ.แล้วจะพบว่ามีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ยังคงมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งเชื่อว่า บจ.จะสามารถรับมือกับความผันผวนหรือปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้

ในส่วนของปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันก็น่าจะอยู่ในระดับที่ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามูลค่าซื้อขายต่อวันจะแน่นขึ้นต่อเนื่อง เราเคยย้ำที่ระดับ 5 หมื่นล้านบาท/วัน ถือเป็นฐานที่แน่นเมื่อยืนได้โอกาสที่จะขยับไปที่ 7 หมื่นล้านบาทถึงแสนล้านบาทก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้

ตลาดทุนไทยแกร่งทุกด้าน

สำหรับในเรื่องของการดูแลในการซื้อขายหุ้นก็ถือว่าตลาดหลักทรัพย์สามารถทำได้ดีมีการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการดูแล ซึ่งเครื่องมือที่ถือว่ามีประสิทธิภาพในการดูแลการซื้อขาย คือมาตรการให้วางเงินสดล่วงหน้าในการซื้อขาย 100% ทันทีสำหรับหลักทรัพย์ที่มีการขึ้นลงของราคาที่ร้อนแรง ซึ่งก็มีการพัฒนามาตรการนี้ จนถึงระดับที่ถือว่ามีประสิทธิภาพ และในวันที่ 1 ก.ค.นี้ตลาดหลักทรัพย์ก็จะนำมาตราขึ้นเครื่องหมาย C มาใช้อีกชั้นเพื่อเตือนนักลงทุนให้เข้าใจหลักทรัพย์ที่จะเข้าลงทุน 

เกศรา กล่าวว่า ถึงตอนนี้ตลาดทุนถือว่ามีความแข็งแกร่งไม่ว่าจะเกิดปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงหรือสร้างความผันผวน แต่เชื่อว่าตลาดทุนไทยจะรับได้ เพราะหากดูโครงสร้างของนักลงทุนแล้วจะเห็นว่ามีความเหมาะสม และในการเพิ่มสัดส่วนและทำให้โครงสร้างนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้มีความเหมาะนั้นเป็นความตั้งใจและพยายามที่ทำกันมาต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ โครงสร้างนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีสัดส่วนนักลงทุนบุคคลในประเทศ 44% นักลงทุนต่างชาติ 33% บริษัทหลักทรัพย์สัดส่วน 12% และสถาบันในประเทศ 11% ซึ่งด้วยโครงสร้างลักษณะเชื่อว่าจะสามารถรองรับแรงขายที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์หรือความเสี่ยงใดๆ

สำหรับประเด็นที่กำลังฮือฮาและสนใจของตลาดคือการที่ธุรกิจให้ความสนใจและหันไประดมทุนด้วยการออกไอซีโอกันมากขึ้นนั้น ไม่ได้กังวลว่าจะส่งผลให้จำนวนบริษัทที่จะขายหุ้นไอพีโอจะหดหายไปหรือจะเข้ามาแย่งแต่อย่างใดเพราะการทำไอพีโอและไอซีโอแม้มี
เป้าหมายเรื่องความต้องการเงินทุน แต่ไอพีโอจะมีการดูแลและถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ มีสังคมที่เกื้อหนุนกัน ดังนั้นเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อหุ้นไอพีโอแต่อย่างใด

ผลงานโดดเด่น/รางวัลที่ได้รับในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

หากวัดจากรางวัลและความโดดเด่นต่างๆ ที่ตลาดหุ้นไทยได้รับมาในช่วง 4 ปีนี้ก็น่าจะเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของผลงานกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์คนที่ 12 ได้ เช่น

- ได้รับรางวัล Best Sustainable Securities Exchange Southeast Asia Emerging Markets 2017 จากวารสาร Capital Finance International (CFI.co) ประเทศอังกฤษ สะท้อนถึงคุณภาพและศักยภาพของตลาดทุนไทยที่โดดเด่นเทียบเคียงตลาดหลักทรัพย์ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล

- ตลาดหลักทรัพย์ไทยได้รับการจัดอันดับให้ติด Top 10 ตลาดหลักทรัพย์โลก ด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจัดทำโดย Corporate Knights และ AVIVA ในรายงานวิจัย “Measuring Sustainability Disclosure 2017”

- ตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนมีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงความยั่งยืน รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ลงทุนอย่างโปร่งใส ซึ่งทำให้บริษัทจดทะเบียนไทยแสดงความโดดเด่นในการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดอันดับ 1 ใน 10 จากตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก 55 แห่ง และเป็นตลาดหลักทรัพย์เอเชียรายเดียวที่ติดใน 10 อันดับแรก

- บริษัทจดทะเบียนไทยครองแชมป์การถูกจัดให้อยู่ในดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI) สูงสุดในอาเซียน และเพิ่มขึ้นสูงสุดในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก

- ปี 2560 17 บริษัทจดทะเบียนได้รับคัดเลือกใน DJSI เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่อยู่ที่ 14 บริษัท 

- TFEX ได้รับการจัดอันดับจาก Futures Industry Association (FIA) ให้อยู่ในลำดับที่ 27 ในเวทีตลาดอนุพันธ์โลก

- อันดับการซื้อขายของ TFEX ในเวทีโลกนั้น TFEX มีอันดับการซื้อขายติด Top 50 Exchange เป็นครั้งแรกด้วยปริมาณการซื้อขาย 10 ล้านในปี 2554 และได้พัฒนาการซื้อขายให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

- ในปี 2559 TFEX มีการซื้อขายรวม 69.5 ล้านสัญญา เพิ่มขึ้น 43.5% จากปี 2558 ทำให้ในปี 2559 TFEX เป็นตลาดอนุพันธ์ลำดับที่ 27 ในเวทีโลก

- ได้รับรางวัล Best Technology Innovation by an Exchange ในงาน FOW Award for Asia 2015 สิงคโปร์ ซึ่งจัดโดย Futures and Options World (FOW)

- ปี 2557 TFEX ได้เริ่มใช้ระบบการซื้อขายและชำระราคาใหม่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีจากประเทศสวีเดน และพัฒนาโดยบริษัท Cinnober ผู้พัฒนาระบบระดับโลก โดยระบบซื้อขายใหม่มีความรวดเร็ว มีเสถียรภาพและสามารถรองรับปริมาณธุรกิจของ TFEX ที่เติบโตมากขึ้น รวมทั้งยังรองรับการพัฒนาระบบที่เกี่ยวกับการซื้อขาย และรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หลากหลาย

- รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมีประสิทธิภาพของระบบงานที่เป็นที่ยอมรับระดับสากล และจะทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติมีความมั่นใจในมาตรฐานของระบบงานของตลาดอนุพันธ์ไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ