
สินค้าไม่ผ่านมอก.พุ่ง
สมอ.อายัดสินค้าไม่ผ่านเกณฑ์ มอก.6 เดือน ทะลุ 1,300 ล้าน สูงขึ้น 10% ชี้ เหล็กไม่ได้มาตรฐานมากสุด
สมอ.อายัดสินค้าไม่ผ่านเกณฑ์ มอก.6 เดือน ทะลุ 1,300 ล้าน สูงขึ้น 10% ชี้ เหล็กไม่ได้มาตรฐานมากสุด
นายณัฐพล รังสิตพล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2561 หรือตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560-มี.ค. 2561 สมอ.มีการตรวจยึดและอายัดสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) คิดเป็นมูลค่า 1,313 ล้านบาท สูงขึ้น 10% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่จำหน่ายสินค้าไม่ได้ตามมาตรฐานสูงสุดคือ อุตสาหกรรมเหล็ก คิดเป็นมูลค่า 1,255 ล้านบาท รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับไฟฟ้า มูลค่า 53 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์อาหาร 2.6 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ด้านโภคภัณฑ์ 2 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ยาง 8.84 หมื่นบาท
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีการยึดอายัดสูงสุด 5 อันดับแรกอยู่ในกลุ่มเหล็กทั้งหมด ได้แก่ เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อนแผ่นม้วน แผ่นแถบ สำหรับงานท่อ คิดเป็นมูลค่า 536 ล้านบาท เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ แผ่นหนา และแผ่นบางสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป มูลค่า 373 ล้านบาท เหล็กกล้าคาร์บอนรีดร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ แผ่นหนา และแผ่นบางสำหรับงานโครงสร้างเชื่อมประกอบ มูลค่า 117 ล้านบาท เหล็กกล้าคาร์บอนทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานทั่วไปและงานขึ้นรูป มูลค่า 106 ล้านบาท และเหล็กกล้าคาร์บอนทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสีโดยกรรมวิธี ทางไฟฟ้า คุณภาพทางการค้าและคุณภาพสำหรับงานขึ้นรูป มูลค่า 24 ล้านบาท
“สาเหตุที่การตรวจจับและการอายัดสินค้ายังมีมูลค่าสูงอยู่นั้น เป็นเพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวมากขึ้น ดังนั้นอาจมีการนำเข้าสินค้าที่ยังไม่ได้กำหนดมาตรฐาน มอก. และมีบางส่วนที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าสินค้าที่อายัดไว้นั้นจะนำไปใช้เพื่อกิจกรรมใด ส่วนหนึ่งอาจนำไปใช้ในงานเฉพาะด้าน หรือเพื่อส่งออกต่อไปยังต่างประเทศ แต่หากมีการพิสูจน์ได้ว่าสินค้าที่ถูกอายัดนั้น จะนำไปใช้อะไรก็สามารถนำสินค้าออกไปได้” นายณัฐพล กล่าว
ทั้งนี้ สมอ.ได้มีการสร้างเครือข่ายด้านการกำหนดมาตรฐาน สมอ. (สแตนดาร์ด ดิเวลอปปิง ออแกไนเซชั่น) หรือเอสดีโอ และได้ประกาศแต่งตั้งหน่วยงาน องค์กร และสมาคมวิชาชีพต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐาน โดยการพัฒนาเป็นองค์กรกำหนดมาตรฐาน จำนวน 33 ราย เรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยให้การกำหนดมาตรฐานของ สมอ.รวดเร็วขึ้น จากเดิม 315 วัน/เรื่อง เหลือเพียง 255 วัน/เรื่อง ภายใต้การดำเนินงานที่มีความชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สมอ.ยังอยู่ระหว่างการรับถ่ายโอนงานบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะเดียวกันยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องรับโอนงานในลักษณะเช่นเดียวกัน เช่น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นต้น ทำให้ สมอ.ต้องมีการปรับโครงสร้างระดับส่วนกลางและระดับจังหวัด คาดว่าจะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมใน 3-5 ปี
อย่างไรก็ตาม สมอ.ได้ร่วมมือกับบริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จัดกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมใส่หมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน







