
ยูโอบีจับตากำไรบจ. เม.ย.-พ.ค.ชี้ชะตา
บลจ.ยูโอบีจับตากำไร บจ.ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น ทำต้นทุนเพิ่ม สงครามค่าฟีแบงก์กดกำไรตลาด 2-3%
บลจ.ยูโอบีจับตากำไร บจ.ดอกเบี้ยโลกขาขึ้น ทำต้นทุนเพิ่ม สงครามค่าฟีแบงก์กดกำไรตลาด 2-3%
นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์และสื่อสารองค์กร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยไตรมาส 2 ยังผันผวนต่อเนื่องจากปัจจัยลบทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ เดือน เม.ย.-พ.ค. ต้องติดตามปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เนื่องจากเป็นช่วงประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสแรก โดยหากกำไร บจ.ปรับลดลงถือเป็นผลลบต่อตลาด คาดว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กำไรอาจลดลงจากปีก่อน นอกจากนี้ด้วยทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่เป็นขาขึ้นจะทำให้ต้นทุน บจ.เพิ่มขึ้นด้วย
ทั้งนี้ บลจ.ยูโอบีฯ ได้ปรับลดคาดการณ์กำไร บจ.ปี 2561 จากเดิมคาดว่าเติบโต 10% เหลือเติบโต 7-8% หรือลดลง 2-3% เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการเงินผ่านออนไลน์ แต่ในระยะยาวคาดว่าจะเป็นผลดีเนื่องจากทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง อย่างไรก็ตามต้องติดตามการปรับตัวของแต่ละธนาคารในการหาช่องทางการสร้างรายได้เพื่อชดเชยรายได้จากค่าธรรมเนียมที่ลดลง
สำหรับดัชนีหุ้นไทยไตรมาส 2 คาดว่ามีโอกาสปรับตัวลงต่ำกว่า 1,700 จุด ดังนั้นแนะนำทยอยสะสมเมื่อดัชนีย่อตัวใกล้ 1,700 จุด ด้านกลยุทธ์ลงทุนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก (มิดแอนด์สมอลแคป) น่าสนใจ และมีโอกาสทำผลตอบแทนในปีนี้ได้สูงถึง 13%
นายวจนะ กล่าวว่า บริษัทมีกองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไทย สมอล์ แอนด์ มิด แคป อิควี้ตี้ ฟันด์ (UTSME) ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค กลุ่มเคมีภัณฑ์และพลาสติก กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์







