posttoday
โอกาสเติบโตท่ามกลางตลาดโลกผันผวน

โอกาสเติบโตท่ามกลางตลาดโลกผันผวน

13 เมษายน 2561

สวัสดีครับ ตลาดหุ้นทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2561

โดย รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส (บลจ.แอสเซทพลัส)

สวัสดีครับ ตลาดหุ้นทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี 2561 เผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย แต่อย่างที่ผมเคยย้ำอยู่เสมอว่า ท่ามกลางความผันผวนย่อมมีโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจซ่อนอยู่เสมอ และหนึ่งในนั้นก็คือโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามครับ ที่กล่าวเช่นนี้เพราะตลาดหุ้นเวียดนามมีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยสามารถเติบโตได้ถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2555 (ที่มา : Credit Suisse: Asia Pacific/Vietnam, Equity Research Strategy, Bloomberg) และแม้ในปีนี้ ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญภาวะผันผวน ตลาดเวียดนามยังคงเติบโตสวนทางตลาดหุ้นต่างๆ ทั่วโลก โดยตั้งแต่ต้นปีดัชนี VN30 ปรับตัวขึ้นไปแล้วกว่า 20% ในทางกลับกันดัชนี MSCI all Country World และ MSCI Asia ex Japan ล้วนดิ่งลงมาอยู่ที่ระดับ -1.48% และ -0.20% โดยลำดับ  (ที่มา : Bloomberg ณ 6 เม.ย. 2561) ไม่เพียงเท่านั้น แล้วเสน่ห์ของตลาดหุ้นเวียดนามยังฉายชัดอยู่ที่แนวโน้มการเติบโตในอนาคตอีกด้วย

ที่ผ่านมานักลงทุนมักคุ้นเคยกับการที่ตลาดเวียดนามถูกผลักดันด้วยเม็ดเงินลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่เป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ในความเป็นจริงแล้วตลาดหุ้นเวียดนามยังมีหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก ซึ่งคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังเราน่าจะเริ่มเห็นภาพของการหมุนเวียนลงทุนจากหุ้นขนาดใหญ่ไปยังหุ้นกลุ่ม Laggard ในทั้ง 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กล่าวมาชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีระดับ P/E ต่ำกว่า 10 เท่า

สำหรับหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ปีนี้ภาพรวมยังดูสดใสเนื่องจากปัญหาอุปทานส่วนเกินที่เคยเกิดในภาคอสังหาริมทรัพย์เวียดนามเริ่มปรับตัวเข้าสู่จุดที่สมดุลแล้ว ทั้งยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการเติบโตของรายได้ของประชากรเวียดนาม ไม่เพียงเท่านั้น ราคาของอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับรายได้ต่อหัวของประชากร อีกทั้ง 80% ของการซื้อบ้านในเวียดนามมาจากการซื้อด้วยเงินสด จึงทำให้คลายกังวลเกี่ยวกับประเด็นฟองสบู่ในสินเชื่อบ้านและภาคอสังหาริมทรัพย์ไปได้  ขณะเดียวกันกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามยังได้ประโยชน์จากการขยายตัวของเขตเมือง (Urbanization) ที่เริ่มขยายไปยัง District 2 ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ และยังมีแนวโน้มที่จะดึงดูดให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติหลั่งไหลตามเข้ามาอีกมหาศาล

ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยรวมทั้งอุตสาหกรรมยังเติบโตได้ดี สินเชื่อสำหรับภาคเอกชนยังคงขยายตัว เช่นเดียวกัน แนวโน้มสินเชื่อสำหรับรายย่อยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก โดยมีการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มและการเข้าถึงธุรกรรมออนไลน์ของชาวเวียดนามที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนุน ในขณะที่หนี้เสีย (NPL) ไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาการเข้ามาจดทะเบียนของ 2 ธนาคารพาณิชย์ อย่าง Techcom Bank และ TP Bank ซึ่งคาดว่าจะผลักดัน
ให้ตลาดเวียดนามในไตรมาส 2 คึกคักขึ้นอีกมากพอสมควร

สำหรับหุ้นในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคก็เป็นอีกกลุ่มที่ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง และได้แรงผลักดันสำคัญจากการเติบโตของตัวเลข GDP รายได้ต่อหัวของประชากรเวียดนาม รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในระดับที่สะท้อนกำลังซื้อและขับเคลื่อนการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศ โดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มผลประกอบการที่น่าสนใจตลอดช่วงที่ผ่านมาและคาดว่ายังมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าในครัวเรือน อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มเครื่องประดับ เป็นต้น

นอกจาก 3 กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวแล้ว บลจ.แอสเซท พลัส มองว่า หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี หรือผลิตภัณฑ์ที่จะได้ประโยชน์จากการสร้างมูลค่าเพิ่มจะได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งอาจครอบคลุมไปถึงหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีโดยตรงหรือกลุ่มการท่องเที่ยว ซึ่งทั้งสองกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ยังเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนามไม่มากนัก แต่มีแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการในอนาคตที่น่าสนใจ ไม่เพียงเท่านั้น นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า ผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนามในปี 2561 จะอยู่ที่ประมาณ 19% นับเป็นอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ตลาดหุ้นอาเซียนอื่นๆ อย่าง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ คาดการณ์ไว้เพียง 10%  9%  และ 6% โดยลำดับ ทั้งยังทิ้งห่างจากกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นใหญ่อย่างญี่ปุ่นถึง 3 เท่าตัว (ที่มา : IBES Thomson Reuters for Vietnam’s top 32stocks)

สำหรับท่านผู้ลงทุนในกองทุนรวมที่สามารถรับความผันผวนจากตลาดหุ้นต่างประเทศได้สูงและพร้อมสำหรับการลงทุนในระยะยาว การลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนาม ก็เป็นอีกทางเลือกเพื่อสะสมโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีจากศักยภาพทางเศรษฐกิจและแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนามในอนาคต และเป็นอีกทางเลือกที่ถือว่ายังมีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่นท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลกครับ

ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท