
ของขวัญวันสงกรานต์ที่พ่อแม่อยากได้
พูดถึงประเพณีวันสงกรานต์หลายคนคงนึกถึงการสาดน้ำ หลายคนจึงมักกลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ พาท่านไปกินข้าว ซื้อของให้ท่าน วันนี้ขอเสนอของขวัญสำหรับลูกกตัญญู
โดย สาธิต
พูดถึงประเพณีวันสงกรานต์หลายคนคงนึกถึงการสาดน้ำ หลายคนจึงมักกลับไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ พาท่านไปกินข้าว ซื้อของให้ท่าน วันนี้ขอเสนอของขวัญสำหรับลูกกตัญญู ก็คือการดูแลสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่เนื่องจากท่านอายุมาก โอกาสเจ็บไข้มีมากขึ้น ค่ารักษาพยาบาลก็แพงขึ้นปีละ 7-8% ทำอย่างไรดีพ่อแม่เราเราก็รักอยากให้ท่านหายเจ็บหายป่วย แต่ติดปัญหาเรื่องเงิน เมื่อท่านเจ็บป่วยท่านมักไม่ไปหาหมอกว่าจะไปหาหมอ หลายครั้งก็สายเกิน
วิธีหนึ่งช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล คุณพ่อคุณแม่ได้ก็คือการซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ รัฐบาลใจดีส่งเสริมให้ลูกกตัญญููเต็มที่ จึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 162) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับการประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ ได้ยกเว้นภาษีเงินได้เท่าที่ผู้มีเงินได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันภัย สำหรับประกันสุขภาพให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร ตามจำนวนเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ในปีภาษีนั้น
แต่ทั้งนี้กรมสรรพากรก็ไม่ได้ให้ง่ายๆ ซะทีเดียว แต่มีหลักเกณฑ์กำหนดดังนี้
• บิดาหรือมารดาแต่ละคนมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีที่ขอยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องมีเงินได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท บิดาหรือมารดาคนไหนมีเงินได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ในปีภาษีไหน ลูกก็สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้ไปยกเว้นภาษีได้ มีหลายคนเข้าใจผิดว่าพ่อแม่ต้องอายุเกิน 60 ปี จริงๆ พ่อแม่จะอายุเท่าไรก็ได้ครับ ขอแค่เงินได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ในปีภาษีนั้นก็พอ
• ผู้มีเงินได้หรือสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้จะต้องเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
• กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันทำประกันสุขภาพสำหรับบิดามารดาดังกล่าว ให้ผู้มีเงินได้ทุกคนได้รับยกเว้นภาษีเงินได้โดยเฉลี่ยเบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้ร่วมกันจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่าลูกแต่ละคนสามารถยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อ 1.5 หมื่นบาท และแม่ 1.5 หมื่นบาท แต่หมายถึงลูกทุกคนรวมกันสามารถยกเว้นเงินได้สำหรับประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อได้ 1.5 หมื่นบาท และแม่ 1.5 หมื่นบาท การยกเว้นเงินได้ ก็เฉลี่ยเบี้ยประกันไปตามส่วนของผู้มีเงินได้ตามที่จ่ายไปจริงแต่ต้องไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท เช่น มีพี่น้อง 4 คน ทั้ง 4 คนเฉลี่ยเงินเท่าๆ กันซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อหรือคุณแม่ โดยชำระเบี้ยรวมกัน 1.5 หมื่นบาททุกคน จะยกเว้นเงินได้เบี้ยประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อแม่เท่ากับคนละ 3,750 บาท
สำหรับรูปแบบของการประกันสุขภาพทีกรมสรรพากรให้สิทธิประโยชน์ก็จำกัดเฉพาะ
1.การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
2.การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
3.การประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
4.การประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long Term Care)
สำหรับหลักฐานที่จะใช้ยื่นกรมสรรพากร คือใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือรับรองจากบริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัย โดยต้องมีข้อความอย่างน้อยดังต่อไปนี้
1.ชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชนของผู้เอาประกันภัย (ชื่อพ่อหรือแม่)
2.ชื่อและนามสกุลของผู้จ่ายเบี้ยประกันภัย (ชื่อลูกทุกคนที่ร่วมกันจ่ายเบี้ย)
3.ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้รับประกันภัย
4.จำนวนเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันสุขภาพ (แยกตามชื่อลูกที่จ่ายเบี้ยเลย คนไหนจ่ายเท่าไร)
5.จำนวนเงินที่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
อย่าลืมบอกบริษัทประกันออกใบเสร็จรับเงินให้ถูกด้วยครับ ไม่งั้นจะไม่ได้รับสิทธิทางภาษีอะไรเลยครับ







