posttoday
หุ่นยนต์แย่งคนเทรดหุ้น

หุ่นยนต์แย่งคนเทรดหุ้น

13 เมษายน 2561

ด้วยนวัตกรรมของเทคโนโลยีด้านการลงทุนได้มีการเติบโตของนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่เน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการแสวงหาช่องทางทำกำไรจากการซื้อขาย

โดย บรรณรงค์ พิชญากร กก.ผจก.บล.บัวหลวง

ด้วยนวัตกรรมของเทคโนโลยีด้านการลงทุนได้มีการเติบโตของนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่เน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการแสวงหาช่องทางทำกำไรจากการซื้อขาย โดยเทคโนโลยีที่นักลงทุนกลุ่มนี้ใช้จะเน้น “ความเร็ว” ในการได้รับข้อมูลราคาซื้อขายหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจลงทุนและส่งคำสั่งซื้อขายเข้าสู่ตลาด และแน่นอนว่าถ้าจะเร็วขนาดนี้ก็ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือหุ่นยนต์ มาใช้ในการส่งคำสั่งแทนคนแล้ว นักลงทุนกลุ่มนี้มักถูกเรียกว่าเป็นนักลงทุนแบบ High Frequency Trading หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า HFT

โดยทั่วไปพวก HFT นี้จะแบ่งออกใหญ่ๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ HFT แบบที่ทำหน้าเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดทุน ซึ่งจะเรียกว่า Market Maker หรือ Liquidity Provider ก็ได้ ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้ก็จะใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาเพื่อในการส่งคำสั่งเพื่อการดูแลสภาพคล่องของหลักทรัพย์ที่เขาทำหน้าที่ในการดูแลสภาพคล่อง กล่าวคือคนเหล่านี้จะพยายามทำให้หลักทรัพย์มีคำสั่งขายตั้งรอเพียงพอที่ทำให้นักลงทุนที่อยากซื้อหลักทรัพย์นั้นๆ ได้ซื้อ และไปตั้งคำสั่งรอซื้อเพียงพอที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปที่อยากขายหลักทรัพย์ใดๆ นั้นขายได้ในราคาที่ยุติธรรม ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ทำหน้าดูแลสภาพคล่องนี้ก็จะต้องมีการส่งคำสั่งที่รวดเร็วเพื่อใช้ในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ของเขาได้ ตัวอย่างแบบนี้ในบ้านเราก็มี เช่น หลักทรัพย์บัวหลวงเราเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องให้กับใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ที่เราออก หรือเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องให้กับกองทุนรวม ETF ต่างๆ เช่น BMSCITH, BSET100 และ BMSCG ซึ่งในการสร้างสภาพคล่องให้กับหลักทรัพย์เหล่านี้ เราก็จะต้องมีการไปซื้อขายเพื่อบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการถือครองด้วย

กลุ่มที่สอง จะเป็นกลุ่ม HFT ที่เน้นในการแสวงหาผลกำไรจากการลงทุน โดยอาศัยช่องว่างที่เขาอาจเจอจากการที่เขาสามารถเห็นข้อมูลได้รวดเร็วกว่าชาวบ้านและส่งคำสั่งได้เร็วกว่าชาวบ้าน เลยมักถูกเรียกกันว่าเป็นนักลงทุนกลุ่ม Liquidity Taker คือเป็นผู้ดูดซับสภาพคล่องออกจากตลาด การซื้อขายของนักลงทุนกลุ่มนี้จึงเน้นการเล็งหาโอกาสในการซื้อขายเพื่อทำกำไรเมื่อใดก็ตามที่มีโอกาส ไม่เน้นการถือครองหุ้นเพื่อรับความเสี่ยงจากการลงทุนอย่าว่าแต่ระยะสั้นเลย ถือหุ้นข้ามวันก็ยังไม่เอา ดังนั้นพฤติกรรมการซื้อขายจึงมีลักษณะพิเศษที่จะเน้นเล็งหาหลักทรัพย์ที่มีความผันผวนเพื่อจะได้มีโอกาสซื้อขายท่ามกลางความผัวผวนที่เกิดขึ้น เน้นการซื้อขายแบบรีบเข้ารีบออก ได้กำไรนิดเดียวไม่ว่าแต่อาศัยการซื้อขายถี่ๆ บ่อยๆ เพื่อรวบรวมให้ผลกำไรมีจำนวนสูงขึ้น ปริมาณการซื้อขายจึงค่อนข้างสูง ดังนั้นนักลงทุนกลุ่มนี้จึงเน้นเรื่องของระบบการส่งคำสั่งที่ต้องรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ยิ่งเร็วกว่าคนอื่นได้ยิ่งดี เพราะจะได้มีโอกาสเห็นข้อมูลที่เร็วกว่าคนอื่น ส่งคำสั่งซื้อขายแซงคนอื่นได้ยิ่งดี

นักลงทุนในกลุ่มนี้จะมีการเติบโตสูงในตลาดทุนที่มีขนาดใหญ่ของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะประเทศเหล่านั้นตลาดทุนมีขนาดใหญ่มีหลักทรัพย์ให้ลงทุนเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญคือมีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีค่อนข้างรวดเร็ว แต่ที่ผ่านมาก็ได้มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางสำหรับนักลงทุนในกลุ่มที่ 2 ที่เป็นพวกพรากสภาพคล่องออกไปจากตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศว่าลักษณะของการลงทุนแบบนี้มันมีประโยชน์ต่อตลาดทุนจริงหรือไม่ เพราะการลงทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้เป็นการหากินโดยไม่ต้องใช้ศาสตร์ของการลงทุน (นัก) แต่เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีล้วนๆ มาใช้ในการสร้างความได้เปรียบด้านการลงทุนให้เหนือนักลงทุนทั่วไป โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ

ในบ้านเราเท่าที่สังเกตดูตอนนี้เราก็เริ่มพบเห็นการเข้ามาของ HFT Liquidity Taker ระยะหนึ่งแล้ว เพราะเราพบว่าในบางหลักทรัพย์ที่มีความผันผวน ในบางครั้งจะมีการซื้อขายที่มากเกินและทำให้ราคาหลักทรัพย์เหวี่ยงตัวไปมา หุ่นยนต์คงรีบเข้าออกเพราะกลัวถือหุ้นไว้แล้วมีความเสี่ยง ซึ่งลักษณะการซื้อขายแบบนี้แน่นอนว่าจะมีการส่งคำสั่งที่รวดเร็วและมีโอกาสตัดหน้านักลงทุนรายย่อยแน่ เพราะเรามัวงงกับความผันผวน กว่าจะส่งคำสั่งซื้อขายก็โดนพี่หุ่นยนต์ตัดหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจะซื้อจะขายก็ทำได้ยากกว่ากรณีปกติ การเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณการซื้อขายในบางกรณีจึงมีลักษณะที่ผิดปกติและไม่เป็นธรรมชาติตามภาวะของตลาด และที่สำคัญที่เรารู้ก็เพราะพวกนักลงทุนแบบนี้ก็เคยมาติดต่อทางเราเพื่อให้บริการกับเขาด้วย แต่เราคิดแล้วคิดอีกว่าการให้บริการให้เขาซื้อขายได้ในแบบนี้มันมีประโยชน์ต่อการพัฒนาตลาดทุนบ้านเราไหม

ตอนนี้ตลาดหลักทรัพย์บางตลาดในต่างประเทศ พบว่าพฤติกรรมของหุ่นยนต์ลงทุนของนักลงทุนกลุ่มนี้ไปแย่งชิงสภาพคล่องของหลักทรัพย์ที่กลุ่ม Liquidity Provider พยายามสร้าง รวมถึงด้วยความที่กลุ่มนี้มีเทคโนโลยีขั้นสูงก็เลยสามารถส่งคำสั่งรวดเร็วตัดหน้านักลงทุนรายย่อยไม่ให้ซื้อขายได้ทันท่วงทีอีกด้วย ดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ที่มีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการพัฒนาตลาดให้เป็นมิตรกับนักลงทุนทั่วไปทั้งนักลงทุนสถาบันที่ลงทุนระยะยาวและนักลงทุนรายย่อยจึงเริ่มออกมาตรการที่ลดความได้เปรียบของ HFT Liquidity Taker เหล่านี้ไม่ให้ไปก่อกวนการซื้อขายมากไป หรือในบางกรณีก็อาจห้ามพวกนี้เข้าไปซื้อขายในตลาดที่เขาต้องการส่งเสริมการลงทุนของรายย่อยเลยทีเดียว และในทางกลับกันตลาดเหล่านั้นก็จะให้การสนับสนุนกับผู้ที่ส่งเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดในกลุ่ม Liquidity Provider เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือ สภาพคล่องที่มีคุณภาพ ซึ่งคำว่า “สภาพคล่อง” นี้ ไม่ควรมองแค่มี “มูลค่าการซื้อขาย” ที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูมิติด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การมีผู้ซื้อผู้ขายมากจำนวน การมีคำสั่งตั้งรอซื้อรอขายที่มากเพียงพอเพื่อให้นักลงทุนที่เข้ามาทำการซื้อขายสามารถทำการซื้อขายได้ในปริมาณ ราคาที่สมเหตุสมผล ในเวลาที่เหมาะสม รวมถึงการมีปริมาณซื้อขายที่ไม่กระจุกตัวและสอดคล้องกับธรรมชาติของหลักทรัพย์ ซึ่งแนวคิดการเปิดรับเทคโนโลยีแต่คำนึงถึงผลของมันที่มีต่อนักลงทุนแบบนี้จะทำให้ตลาดหลักทรัพย์นั้นๆ เป็นแหล่งระดมทุนและตลาดรองการซื้อขายที่ได้รับความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ดังนั้นนักลงทุนรายย่อยบ้านเรา หากจะซื้อขายหลักทรัพย์ใดๆ ก็ดูๆ หน่อยครับว่ามี หุ่นยนต์ก่อกวนการซื้อขายอยู่หรือไม่ เพราะบางครั้งปริมาณการซื้อขายที่สูงที่ท่านเห็นแต่จะไม่ได้บอกถึงคุณภาพของหลักทรัพย์ที่ท่านควรเข้าไปลงทุนด้วย และยิ่งถ้าแข่งด้านความเร็วกับเขาไม่ได้อยู่แล้ว...เทรดยังไงก็เสียเปรียบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท