posttoday
นู สกิน กางกลยุทธ์ปรับรับ 3 เทรนด์โลก

นู สกิน กางกลยุทธ์ปรับรับ 3 เทรนด์โลก

13 เมษายน 2561

การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่นั้นรวดเร็วรุนแรงเสียเหลือเกิน

โดย พลพัต สาเลยยกานนท์

การเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่นั้นรวดเร็วรุนแรงเสียเหลือเกิน ส่งผลให้บริษัทต่างต้องปรับรูปแบบการบริหารและดำเนินงานให้สอดคล้องอย่างทันท่วงที

ไรอัน นาเพียร์สกี้ ประธานนู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส อิงค์ กล่าวว่า 3 เทรนด์หรือแนวโน้มของโลกที่ต้องจับตามองในเวลานี้ คือ 1.กิ๊กอิโคโนมี (Gig Economy) ที่ปัจจุบันคนหนึ่งคนอาจมีอาชีพมากกว่า 2-3 อาชีพในเวลาเดียวกัน และทุกคนสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจเองได้ 2.โลกถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียล (Millennials) พร้อมทั้ง 3.กระแสของดิจิทัลและโซเชียลมีเดียเชื่อมต่อโลก

ทั้งนี้ บริษัทจึงได้ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับทั้ง 3เทรนด์ดังกล่าว ซึ่งเดิมธุรกิจขายตรงนั้นเป็นธุรกิจแบบที่นักธุรกิจพบกับผู้บริโภคแบบตัวต่อตัว แต่ต่อไปในอนาคตด้วยการเปิดกว้างของเทคโนโลยีจะทำให้เปิดโอกาสการเจอกลุ่มคนที่เยอะขึ้น

ดังนั้น บริษัทจึงประกาศ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.สร้างแพลตฟอร์มโซเชียล เซลลิ่ง รองรับการดำเนินธุรกิจในยุคโซเชียลมีเดียและออนไลน์ที่มีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจได้กว้างขึ้น จึงได้มีการใช้เงินลงทุนมหาศาลในการสร้างแพลตฟอร์มดังกล่าว 2.ผลิตภัณฑ์ทั้งในกลุ่มอาหารเสริมและกลุ่มสกินแคร์ เสริมด้วยบิวตี้ ดีไวซ์ ที่เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับการบำรุงผิว รวมไปถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่าโซเชียลโปรดักต์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทดลองใช้หรือสามารถอัดคลิปวิดีโอแชร์ลงบนโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายๆ และ 3.โปรแกรมด้านการจ่ายผลตอบแทนรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าเวโลซิตี้ (Velocity) ที่ถูกออกแบบให้ดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจเครือข่ายคนรุ่นใหม่ ด้วยแผนปันผลและรางวัลตอบแทนที่เข้าถึงคนกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีความยืดหยุ่นและมีการจ่ายที่รวดเร็วขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของแต่ละคน

“ด้วย 3 กลยุทธ์หลักนี้ จะทำให้ นู สกิน สามารถเติบโตและเป็นผู้นำในธุรกิจขายตรงได้ ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงนี้ ซึ่งบริษัทยืนยันว่าเราจะไม่ปรับตัวเองไปเป็นรีเทลแบรนด์ จากผลกระทบของกระแสโลกดิจิทัลนี้ แต่การพัฒนาและปรับเปลี่ยนนำ 2 จุดแข็งของขายตรงและออนไลน์มารวมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ออนไลน์เป็นเพียงเครื่องมือที่สนับสนุนการขายของนักธุรกิจเครือข่าย และมั่นใจว่าธุรกิจขายตรงยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

สำหรับตลาดที่มีความสำคัญกับบริษัทมากคือตลาดเอเชีย จากพฤติกรรมการตอบรับสินค้าในกลุ่มพรีเมียมแบรนด์ของผู้บริโภคและตลาดอาเซียนมีทิศทางการเติบโตที่ดี แม้จะยังไม่ใช่สัดส่วนใหญ่ในเวลานี้แต่ก็มีแนวโน้มที่ดี โดยยอดขายสูงสุด 3 อันดับของโลก คือ 1.จีน 2.เกาหลี และ 3.ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งปีนี้บริษัทจะโฟกัสในตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน อาเซียน และลาตินอเมริกา อีกทั้งยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดที่มีในปัจจุบันจำนวน 200 ตลาดทั่วโลกเป็นหลักก่อนการขยายตลาดใหม่อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งปี 2561 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตทั่วโลกไว้ที่ 7-9%

การปรับตัวครั้งนี้ของ นู สกิน เพื่อรับเทรนด์ของโลกนั้น เป็นสิ่งที่น่าสนใจในการขยับเพื่อรับกับโลกยุคใหม่ แม้หลายคนจะเชื่อว่าธุรกิจขายตรงจะได้รับผลกระทบจากออนไลน์เป็นธุรกิจท้ายๆ กิจการอื่นก็ตาม แต่การปรับตัวล่วงหน้านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและไม่หยุดนิ่งของการเปลี่ยนแปลง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง