
เจาะลึกคริปโตฯ ปลอดภัย น่าเชื่อถือ น่าลงทุนจริงหรือ
การซื้อขายเงินสกุลดิจัทัล หรือ คริปโตเคอเรนซี เพื่อเก็งกำไรจากราคาเหรียญที่สูงขึ้นของคนไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดย วารุณี อินวันนา
การซื้อขายเงินสกุลดิจัทัล หรือ คริปโตเคอเรนซี เพื่อเก็งกำไรจากราคาเหรียญที่สูงขึ้นของคนไทยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นหนึ่งในแหล่งระดมเงินของบริษัทต่างๆ ที่หลายบริษัทมีแผนที่จะออกเหรียญดิจิทัลขายให้กับประชาชน หรือที่เรียกว่าไอซีโอ (Initial coin offering) ของ ตัวเองออกมา
ที่สร้างความฮือฮาคือการออกเหรียญของบริษัท เจ เวนเจอร์ส ในเครือบริษัท เจมาร์ท เจฟิน คอยน์ ของบริษัท เจมาร์ท จำนวน 100 ล้านโทเคน ราคา 6.60 บาท/โทเคน ขายให้กับประชาชนทั่วไปหมดภายใน 55 ชั่วโมง และมีแนวโน้มว่าการระดมทุนผ่านไอซีโอจะมีเข้ามาให้เห็นอีก
นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจบริหารจัดการลงทุนและซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี หรือ กระดานซื้อขายหรือเว็บเทรดขึ้นมา ที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมายไทยในปัจจุบันมี 6 กระดาน เพื่อรองรับกลุ่มผู้ซื้อ-ขายเหรียญดิจิทัล แม้กฎหมายกำกับดูแลยังไม่ออกมาทั้งนี้ ในงานสัมมนา หัวข้อ “เจาะลึก คริปโตฯ : ปลอดภัย น่าเชื่อถือ น่าลงทุนจริงหรือ” จัดโดยบริษัท จิ๊บเอ็กซ์ ผู้ให้บริการกระดานซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายล่าสุด ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการมีความเห็นที่น่าสนใจ
รอม หิรัญพฤกษ์ กรรมการ (สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์) ในคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกรรมการ (ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสารสนเทศ) ในคณะกรรมการระบบชำระเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
ตามความเห็นส่วนตัวแล้วแม้ไทยกำลังร่างกฎหมายเพื่อออกมากำกับดูแลสินทรัพย์ที่เป็นสกุลเงินดิจิทัล และหากมีผลบังคับใช้แล้วจะยังไม่จบ หมายความว่ายังต้องทำการศึกษากันต่อไปว่าจะเป็นการส่งเสริมหรือเป็นการทำลาย เพราะคนที่ออกกฎหมายก็ไม่ได้มีความรู้ทุกอย่าง สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไปคือทำให้ผู้กำกับรวมถึงประชาชนเข้าใจว่าคริปโตเคอเรนซีแต่ละสกุลมีการใช้แตกต่างกัน ต้องหาทางป้องกันการใช้ช่องทางนี้ไปในการทุจริต หาทางป้องกันภัยให้กับนักลงทุนการที่ประเทศไทย มีบริษัทที่ทำการแลกเปลี่ยนและ
ซื้อ-ขายภายในประเทศ เป็นโอกาสที่ดีในการที่จะได้เรียนรู้และปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไทยค่อนข้างช้ากว่าประเทศอื่นเพราะไม่กล้ารับความเสี่ยง
สมิทธิ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่า กองทุนรวมมีการศึกษาและติดตามล่วงหน้าด้านการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี แม้ว่าจะไม่สามารถลงทุนได้และพยายามสร้างความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ว่าก่อนเข้าไปซื้อขายควรจะทราบก่อนว่า
คริปโตเคอเรนซีผลิตอย่างไร และต้องเข้าใจว่าไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง แล้วค่อยตอบคำถามว่าน่าสนใจลงทุนไหม
ส่วนหลักทรัพย์ที่เป็นไอซีโอมีความคล้ายหลักทรัพย์ ซึ่งเหรียญหรือโทเคนที่ออกมาบางอย่างมีโอกาสเติบโต มีโอกาสกำไรก็น่าลงทุน ซึ่งจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดการมีแหล่งแลกเปลี่ยนเป็นของคนไทย ถือว่าสร้างความสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ต่างจากการไปลงทุนในเว็บไซต์ต่างประเทศที่หากปิดเว็บไซต์ก็ไม่สามารถฟ้องร้องใครได้
ทั้งนี้มองว่าการลงทุนของนักลงทุนควรจะเป็นลักษณะของการเจียดเงินบางส่วนไปลงทุนเพื่อศึกษา แต่ในฐานะสถาบันแล้วไม่สามารถลงทุนได้ข้อดี คือเทคโนโลยีบล็อกเชนที่นำมาออกเงินสกุลดิจิทัล ความปลอดภัยสูง ปลอมแปลงยาก และเงินที่มีการใช้ไปแล้ว
ไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ข้อเสีย ต้นทุนสูง และต้องระวังผู้ร้ายด้วย เพราะเมื่อเกิดอะไรใหม่ๆ มักจะดึงดูดผู้ร้ายเข้ามา
ด้าน ปริญญา หอมเอนก ประธานและผู้ก่อตั้งเอซีไอเอส โพรเฟสชั่นแนล เซ็นเตอร์ สถาบันด้านไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ กล่าวว่า การลงทุนควรจะกระจายความเสี่ยงและต้องเข้าใจว่าการลงทุนจะไม่มีเงินปันผล ไม่มีส่วนร่วมในกำไร ส่วนการจะเข้ามาซื้อ-ขาย หรือแลกเปลี่ยนมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือ ที่มาจากการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ลงทุนไว้ได้และความปลอดภัย ซึ่งเบื้องต้นผู้เล่นต้องสามารถปกป้องตัวเองจากการถูกหลอกลวงทางคอมพิวเตอร์
ขณะที่ เกริกพล มัสยวาณิช นักลงทุนรุ่นใหม่ กล่าวว่า สนใจที่จะลงทุนในคริบโตเคอเรนซีเพราะเป็นการกระจายความเสี่ยงและยังเป็นการศึกษาช่องทางการลงทุนใหม่ๆ ไปด้วยตัวเอง หากจะศึกษาให้เข้าใจก่อนแล้วเข้าลงทุน ก็เกรงว่าจะเสียโอกาสในการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาจะลงทุนไปด้วยและเรียนรู้ไปด้วยจากประสบการณ์จริง ส่วนการลงทุนจะจัดสรรการลงทุนที่เหมาะสม หากเกิดความเสียหายจะต้องไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน
จากความเห็นของผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุน สรุปได้ว่าก่อนที่จะลงทุนควรจะมีความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือที่เข้าไปลงทุนก่อนในระดับหนึ่ง และการลงทุนมีความเสี่ยงแต่ก็เป็นโอกาส ควรจะมีการจัดสรรการลงทุนที่เหมาะสม หากเกิดการขาดทุนจะต้องไม่ทำให้ชีวิตเสียหาย







