
นิวอินเดีย รื้อกลยุทธ์ธุรกิจในไทย
จี ศรีนิวาสสัน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวอินเดียแอสชัวรันซ์ ประเทศอินเดีย
โดย วารุณี อินวันนา
จี ศรีนิวาสสัน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวอินเดียแอสชัวรันซ์ ประเทศอินเดีย ประกาศลั่นจะกำหนดกลยุทธ์การทำธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยใหม่ หลังปักหลักในไทยครบ 70 ปี แต่มีเบี้ยประกันรวมเพียง 110 ล้านบาท
นับเป็นครั้งแรกที่ประธานและกรรมการผู้จัดการจากบริษัทแม่ของบริษัท นิวอินเดียแอสชัวรันส์ เดินทางมาเยือนสาขาประเทศไทย หลังจากเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว พร้อมกับเดินสายเข้าพบแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางธุรกิจกับ สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัยไทย
ศรีนิวาสสัน กล่าวว่า จะดำเนินการค้นหาสาเหตุและปัญหาที่ทำให้สาขาประเทศไทย ไม่สามารถขยายธุรกิจให้เติบโตได้ตามทิศทางธุรกิจโดยรวม ทั้งๆ ที่บริษัทแม่มีขนาดใหญ่ทำธุรกิจข้ามชาติ แต่ธุรกิจในไทยกลับมีขนาดที่เล็กมาก ในขณะที่เศรษฐกิจของไทยมีพื้นฐานที่ดีและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
รวมถึงธุรกิจประกันภัยไทยโดยรวมก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้นตลอดในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัท นิวอินเดียแอสชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย ที่ทำธุรกิจมาครบ 70 ปีในปีนี้ กลับมีเบี้ยประกันภัยรับรวมเพียง 110 ล้านบาท ถือว่ามีขนาดที่เล็กมากเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มี และมองว่าธุรกิจประกันภัยไทยมีโอกาสและแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีก
แม้ว่าจะมีบริษัทประกันภัยจำนวนมาก และมีการแข่งขันสูง แต่ด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจทั่วโลก มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันให้สาขาในประเทศไทยทำตลาดได้มากขึ้น
“ผมเพิ่งเข้ามาก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมธุรกิจในไทยถึงไม่โต ซึ่งเป็นงานที่ผมจะต้องมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ทั้งๆ ที่บริษัทไม่ได้มีปัญหาทางการเงินเลย ตรงกันข้ามเรามีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก ซึ่งได้ให้ กุรินเดอร์ ซิงห์ ผู้อำนวยการบริหาร สาขาประเทศไทยคนใหม่ มาดูกันว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เมื่อรู้ปัญหาแล้ว จะได้มากำหนดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจกันใหม่ เพื่อให้ธุรกิจโตให้ได้ในอนาคต” ศรีนิวาสสัน กล่าว
ศรีนิวาสสัน กล่าวว่า สำหรับบริษัท นิวอินเดียแอสชัวรันซ์ ประเทศอินเดีย เป็นบริษัทขนาดใหญ่อันดับ 1 ทั้งด้านสินทรัพย์รวม เบี้ยประกันภัยรับรวม กำไรหลังหักภาษี และจำนวนสาขา โดยในปีที่ผ่านมาเบี้ยรับรวม 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.24 แสนล้านบาท คิดจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.18 บาท/ดอลลาร์) และเมื่อรวมกับเบี้ยของสาขา 28 แห่งทั่วโลก จะมีจำนวน 6,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.87 แสนล้านบาท) มีส่วนแบ่งการตลาดด้านเบี้ยประกันภัยในอินเดีย 16% สูงสุดอันดับ 1 ซึ่งห่างจากอันดับ 2 ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 13% จากบริษัทประกันวินาศภัยทั้งหมด 35 บริษัท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากชื่อของบริษัท หรือแบรนด์มีความเข้มแข็ง สินค้ามีความหลากหลายที่ออกแบบมาเฉพาะลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทำให้สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้ในวงกว้าง และยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม โดยมีสาขาในการให้บริการกว่า 2,500 แห่งทั่วประเทศ มีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลายทั้งผ่านตัวแทน 8 หมื่นราย บริษัทนายหน้า ผ่านธนาคาร ออนไลน์ มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยได้รับการจัดอันดับเครดิตเรตติ้งทางการเงินจากบริษัท เอ.เอ็ม.เบสท์ ยุโรป (A.M.Best Euroup) ที่ระดับ A- มีการแบ่งประเภทประกันภัยที่เหมาะสม และมีประสบการณ์ด้านประกันภัย มีความซื่อสัตย์ และนำเทคโนโลยีและสื่อสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการทำธุรกิจเพื่อให้บริการลูกค้าให้ดีขึ้นตลอด
“พร้อมจะให้การสนับสนุนสาขาประเทศไทยอย่างเต็มที่ ทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี แบบประกันภัย ความรู้ความเชี่ยวชาญต่างๆ จากเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ทั่วโลก 28 ประเทศ ประสบการณ์ในตลาดประกันภัยร่วม 99 ปี และกลยุทธ์ทางธุรกิจ เทคโนโลยี ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละประเทศมาปรับใช้ในการขยายธุรกิจในประเทศไทย เพื่อให้เติบโตได้อย่างรวดเร็วจากบริษัทขนาดเล็กให้เป็นบริษัทขนาดใหญ่” ศรีนิวาสสัน กล่าว
ศรีนิวาสสัน กล่าวว่า จะมีการปรับปรุงเทคโนโลยี โดยเน้นนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาปรับปรุงเพื่อสามารถให้บริการลูกค้าให้ดีขึ้น และจากการประเมินในเบื้องต้นสามารถที่จะขยายตลาดด้านลูกค้ารายย่อยได้ทันที ซึ่งจากสินค้าที่มีประมาณ 200 แบบที่ขายอยู่ทั่วโลก มีแบบประกันประมาณ 4 ถึง 5 แบบที่เหมาะในการนำมาให้บริการลูกค้าในไทย







