
คลังเร่งกม.การเงินชุดใหญ่
คลังเร่งประสานกฤษฎีกาผลักดันกฎหมายการเงินสำคัญหลายฉบับ ให้มีผลบังคับใช้เพื่อให้การบริหารเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คลังเร่งประสานกฤษฎีกาผลักดันกฎหมายการเงินสำคัญหลายฉบับ ให้มีผลบังคับใช้เพื่อให้การบริหารเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค.ต้องเร่งผลักดันกฎหมายการเงินสำคัญๆ 5-6 ฉบับ เพื่อทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพมากขึ้น โดยมีกฎหมายที่สำคัญประกอบด้วย พ.ร.ก.การประกอบสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งรอมีผลบังคับในไม่ช้านี้ ซึ่งทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องออกกฎหมายลูกออก โดยผู้ที่ใช้คริปโตเคอเรนซีทั้งโบรกเกอร์ ดีลเลอร์ ต้องมาขึ้นทะเบียนกับทาง ก.ล.ต.
ขณะเดียวกันผู้ออกหน่วยสินทรัพย์ดิจิทัล หรือไอซีโอ ก็ต้องขออนุญาต ก.ล.ต.เหมือนกับการออกขายหุ้น ขณะที่ประชาชนที่ซื้อขายคริปโตเคอเรนซีจะต้องพิสูจน์ตัวตนว่าเป็นใคร ซึ่งการออกกฎหมายนี้ของไทยถือเป็นแห่งแรกของโลก ที่มีการออกกฎหมายควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับนักลงทุน
นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ สศค.ต้องเร่งผลักดันประกอบด้วยร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการได้รับประโยชน์จากการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ พ.ศ.... หรือภาษีลาภลอย ซึ่งเป็นกฎหมายที่ดีทำให้เกิดการกระจายใช้ประโยชน์ของที่ดินและทำให้รัฐเก็บรายได้เพิ่มมากขึ้น
สำหรับสาระสำคัญของกฎหมายยังกำหนดเพดานอัตราภาษีที่จะเก็บไม่เกิน 5% โดยอัตราภาษีที่ใช้จัดเก็บจริงจะกำหนดในพระราชกฤษฎีกาอีกครั้ง ผู้เสียภาษี คือ บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน เจ้าของห้องชุดที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูงกว่า 50 ล้านบาท และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นเจ้าของห้องชุดรอการจำหน่าย ซึ่งอยู่รอบพื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของรัฐ คือโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สนามบิน ท่าเรือ โครงการทางด่วนพิเศษ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมี พ.ร.บ.ให้คลังตั้งหน่วยงานขึ้นมากำกับดูแลที่ดำเนินการคล้ายสถาบันการเงินแต่ไม่ได้กำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือหน่วยงานอื่นๆ เลย เช่น ลีสซิ่ง แฟกตอริ่ง เช่าซื้อ รวมถึงพิโกไฟแนนซ์เพื่อดูแลกำกับไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน คุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบคิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมสูง ซึ่งหากใครทำผิดก็จะมีบทลงโทษที่กฎหมายปัจจุบันยังไม่ครอบคลุม
นายสุวิชญ กล่าวว่า ยังมี พ.ร.บ.การบริหารจัดการบัญชีเงินฝากที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของสถาบันการเงินที่ไม่เคลื่อนไหว 10 ปี ให้โยกย้ายมาไว้ในเงินคงคลัง และสร้างระบบให้เจ้าของตรวจสอบและขอคืนจากกระทรวงการคลังได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่างประเทศทำกันหลายประเทศ โดยในส่วนของไทยจะไม่นำเงินของผู้ฝากไปใช่จะเก็บไว้ในเงินคงคลังเท่านั้น
นอกจากนี้ สศค.ต้องเร่งพิจารณา พ.ร.บ.สถาบันการเงินชุมชน เพื่อสนับสนุนองค์กรการเงินระดับชุมชนให้มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพเข้มแข็ง ทำให้คนมีรายได้น้อยในต่างจังหวัดเข้าถึงการบริการทางการเงินมากขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก รวมถึงการดันร่าง พ.ร.บ.ดูแลคู่สัญญาเพื่อให้การซื้อทรัพย์สินของประชาชนไม่ถูกเอาเปรียบ







