posttoday
สสปน. จัดทัพ ปรับทิศ เปิด 4 กลยุทธ์ ดึงงานภายใต้ 10 อุตสาหกรรม S-Curve ดันเศรษฐกิจพุ่ง

สสปน. จัดทัพ ปรับทิศ เปิด 4 กลยุทธ์ ดึงงานภายใต้ 10 อุตสาหกรรม S-Curve ดันเศรษฐกิจพุ่ง

10 เมษายน 2561

ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง กวาดรายได้เข้าประเทศกว่าสองแสนล้านบาท

 

ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง กวาดรายได้เข้าประเทศกว่าสองแสนล้านบาท สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กุนซือไมซ์ไทยไม่รอช้า

ปรับองค์กร เปิดกลยุทธ์ดันเศรษฐกิจไทยด้วยการจัดประชุมและนิทรรศการ จับมือทั้งภาครัฐและเอกชน ชู Thailand 4.0 พร้อม 10 อุตสาหกรรม S-Curve

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เปิดเผยแนวทางผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) อันได้แก่ Meetings การประชุมองค์กร Incentive Travel การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล Conventions การประชุมวิชาชีพ และ Exhibitions การจัดนิทรรศการ

ว่า สสปน. มีบทบาทคล้ายฝ่ายการตลาดของประเทศ ดึงดูดนักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาจัดงานและลงทุนในเมืองไทยผ่านกลไกของไมซ์ ลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าคุณภาพ มีกำลังซื้อสูงกว่าตลาดท่องเที่ยว 3 เท่า ไมซ์

กระจายรายได้สู่ธุรกิจหลายพื้นที่ของประเทศ ตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก และธุรกิจบริการหลากรูปแบบ ที่สำคัญ ไมซ์นำความรู้และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เข้ามาให้คนไทยได้เรียนรู้และเติบโต ในปี 2561 ทีเส็บ วางกลยุทธ์พัฒนาธุรกิจไมซ์ในภาพรวมไว้ 4 ประเด็น ได้แก่

"วัดความคุ้มค่าด้วยผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นหลัก" เดิมเราให้ความสำคัญกับจำนวนนักเดินทางธุรกิจที่เข้ามา แต่ปัจจุบันเรากำลังปรับเปลี่ยนเป็นเน้นที่การวัดผลกระทบทางเศรษฐกิจ (Economic Impact) แบ่งเป็น รายได้ทางตรง อาทิ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายจัดงานทุกด้าน ภาษีอากร และรายได้ทางอ้อม อาทิ โอกาสทางการค้าความร่วมมือเชิงพาณิชย์ องค์ความรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดทางการค้าและการลงทุน การสร้างงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว เราจะเห็นผลประโยชน์ที่เมืองไทยได้รับจากไมซ์ในภาพใหญ่ชัดเจนมากขึ้น ไมซ์จึงไม่ได้นำเงินเข้ามาเท่านั้น ยังนำโอกาสและความรู้ทางธุรกิจเข้ามาด้วย

โอกาสและความรู้ที่ไมซ์จะนำเข้ามา นำไปสู่กลยุทธ์ที่ 2 "หนุน 10 อุตสาหกรรม S-Curve" ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ หุ่นยนต์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ แปรรูปอาหาร, การบินและโลจิสติกส์เชื้อเพลงชีวภาพ และศูนย์สุขภาพครบวงจร ขานรับนโยบายประเทศไทย 4.0 จองตำแหน่งศูนย์กลางอาเซียนใน 10 อุตสาหกรรมนี้ที่กำลังโตอย่างก้าวกระโดด ส่งเสริมให้มีการจัดงาน ประชุมและนิทรรศการในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ในเมืองไทย ผู้ประกอบการจะได้รับโอกาสเรียนรู้และจับคู่ธุรกิจกับหุ้นส่วนระดับนานาชาติ พร้อมดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกที่มองเห็นโอกาสที่เกิดขึ้นที่นี่ เช่น การผลักดันส่งเสริมงานไมซ์ในกลุ่มธุรกิจหุ่นยนต์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อก่อให้เกิดศูนย์รวมขององค์ความรู้ ธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ บริการ และบุคลากรชั้นนำในด้านหุ่นยนต์ในประเทศไทย กลายเป็นแรงผลักเชิงบวกทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน

การส่งเสริมจาก สสปน. ฝ่ายเดียวย่อมไม่เพียงพอ กลยุทธ์ต่อมาจึงเน้น "สร้างพันธมิตรรอบทิศ" ทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เร็ว ๆ นี้ ทีเส็บจะมุ่งเปิดตลาดใหม่ผ่านโครงการขนาดใหญ่ หรือเมกาโปรเจก "หนึ่งกระทรวงหนึ่งเอ็กซ์โป" จับมือกระทรวงช่วยประมูลสิทธิ์ดึงงานในกลุ่ม 10 อุตสาหกรรม S-Curve ระดับโลกให้มาจัดในเมืองไทย พร้อมหนุนภาคเอกชนคือเหล่าสมาคมธุรกิจและวิชาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมทั้ง 10 กลุ่มดังกล่าว สสปน. จะร่วมทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดึงงานประชุมและนิทรรศการของอุตสาหกรรมเหล่านี้เข้ามาจัดในเมืองไทย สร้างความเข้าใจในกระบวนการประมูลสิทธิ์งาน เตรียมความพร้อมให้ทุกด้าน ทั้งกระบวนการ กลยุทธ์ และทรัพยากรที่จำเป็น กระตุ้นให้อุตสาหกรรมนั้น ๆ เติบโตก้าวกระโดดผ่านอุตสาหกรรมไมซ์

กลยุทธ์สุดท้าย "กระจายโอกาส" จากกรุงเทพฯ สู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เริ่มจากการส่งเสริม สนับสนุน และกระตุ้นให้มีการกระจายงานไปยัง "เมืองไมซ์" ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และพัทยา โดยจะมีการสนับสนุน Extra Incentive รวมถึงการกระตุ้นให้แต่ละเมืองสร้างงานของตนเองด้วย ขณะที่ "เมืองรอง" จะได้รับประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องพร้อมกันไปด้วย เช่น กิจกรรมท่องเที่ยวก่อนหรือหลังงาน (Pre-tour และ Post-tour) ยิ่งมีการสร้างงานใหม่ ๆ ได้มากเท่าไหร่ โอกาสทางธุรกิจที่จะกระจายไปถึงเมืองไมซ์ และเมืองใกล้เคืองที่รายล้อมเมืองไมซ์ก็มากขึ้นตามไปด้วย

รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สสปน. ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จจากกลยุทธ์ที่กล่าวมาข้างต้น เช่น งาน Future Energy Asia 2018 มหกรรมด้านธุรกิจพลังงานจากยุโรป จะจัดครั้งแรกในประเทศไทยในช่วงเดือนธันวาคมนี้ เกิดจากความร่วมมือสามหน่วยงาน ได้แก่ บริษัทดีเอ็มจี ผู้จัดงาน สสปน. และกระทรวงพลังงาน เป็นต้น ด้วยศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการจัดประชุมและนิทรรศการ ทำให้ผลงานในไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2561 สสปน. สามารถดึงงานไมซ์ระดับนานาชาติภายใต้นโยบายประเทศไทย 4.0 ได้ถึง 20 งาน ดึงนักเดินทางธุรกิจจากต่างชาติเข้าประเทศไทยได้ถึง 75,347 ท่าน สร้างรายได้กว่า 4.4 พันล้านบาท และเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อีกมาก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ