
'เฟซบุ๊ก'รุกสู้ข่าวลวงระบาด
เฟซบุ๊กปรับนโยบายลงโฆษณาการเมือง-กดดันเพจใหญ่ยืนยันตัวตน เร่งสกัดข่าวปลอมระบาดหนัก
เฟซบุ๊กปรับนโยบายลงโฆษณาการเมือง-กดดันเพจใหญ่ยืนยันตัวตน เร่งสกัดข่าวปลอมระบาดหนัก
มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเฟซบุ๊ก สื่อโซเชียลสหรัฐ ประกาศเพิ่มความคุมเข้มในการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามสกัดการเผยแพร่ข่าวปลอมและเนื้อหาสุ่มเสี่ยง ซึ่งก่อความปั่นป่วนทางการเมืองช่วงที่ผ่านมา ขณะที่หลายประเทศทั่วโลกใกล้จะจัดการเลือกตั้งในช่วงไม่กี่ปีหน้านี้
ซัคเกอร์เบิร์ก ระบุผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า บริษัทจะดำเนินการปรับเปลี่ยนใหญ่ 2 อย่าง โดยอย่างแรกคือกำหนดให้บริษัทโฆษณาที่ต้องการลงโฆษณาทางการเมือง หรือโฆษณาที่ไม่ได้เน้นขายสินค้าและบริการ แต่โน้มน้าวให้ผู้คนเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรม (Issue Advertising) จะต้องยืนยันตัวตนและสถานที่อยู่ หากไม่ทำตามบริษัทจะไม่อนุญาตให้ลงโฆษณาดังกล่าวโดยมาตรการนี้จะเริ่มใช้ในสหรัฐก่อน แล้วค่อยขยายไปทั่วโลกในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า
สำหรับมาตรการอย่างที่ 2 คือการกำหนดให้ผู้ดูแลคอนเทนต์ หรือแอดมิน ของเพจขนาดใหญ่ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ต้องยืนยันตัวตนเช่นกัน เพื่อป้องกันการใช้บัญชีปลอมเผยแพร่ข่าวลวงหรือเนื้อหาสุ่มเสี่ยงที่สร้างความเข้าใจผิดให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก
“มาตรการนี้จะทำให้การใช้บัญชีปลอมเปิดเพจ หรือการแพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนและเนื้อหาสร้างความแตกแยก เป็นไปได้ยากขึ้น” ซัคเกอร์เบิร์ก กล่าว พร้อมเสริมว่า เฟซบุ๊กจะจ้างพนักงานเพิ่มอีกหลายพันคน เพื่อช่วยในการยืนยันตัวตนของบริษัทโฆษณาและบรรดาเพจต่างๆ ด้วย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังเฟซบุ๊กเผชิญเสียงโจมตีก่อนหน้านี้ว่า แพลตฟอร์มของบริษัทมีส่วนสร้างความแตกแยกทางการเมือง โดยเฉพาะกรณีรัสเซียใช้บัญชีปลอมแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016
ขณะที่ในเอเชียนั้น ล่าสุดกลุ่มสิทธิพลเมือง 6 แห่งในเมียนมายื่นจดหมายถึงเฟซบุ๊ก ระบุว่า บริษัทลบเนื้อหาสร้างความแตกแยกและความเกลียดชังช้าเกินไป โดยใช้เวลานานถึง 4 วัน ส่งผลให้ความขัดแย้งทางเชื้อชาติและศาสนารุนแรงยิ่งขึ้นบนโลกออนไลน์ ซึ่งมีที่มาจากกรณีรัฐบาลใช้กำลังปราบปรามกลุ่มโรฮีนจาเมื่อปี 2017
นอกจากนี้ คำประกาศล่าสุดของซัคเกอร์เบิร์กยังเกิดขึ้นขณะที่เฟซบุ๊กโดนวิจารณ์อย่างหนักกรณีข้อมูลผู้ใช้รั่วไหล โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กประกาศแบน แอคเกรอเกตไอคิว บริษัทวิจัยข้อมูลในแคนาดา เข้าถึงแพลตฟอร์มของบริษัทเพิ่มเติม เนื่องจากสงสัยว่า แอคเกรอเกตไอคิว เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กอย่างไม่ถูกต้อง หลังเฟซบุ๊กระบุว่าอาจมีข้อมูลผู้ใช้กว่า 87 ล้านราย หลุดรอดไปยัง เคมบริดจ์ อนาลิติกา (ซีเอ) และผู้ใช้อีก 2,000 ล้านรายทั่วโลก เสี่ยงโดนล้วงข้อมูล
ทั้งนี้ กรณีข้อมูลรั่วไหลดังกล่าว ทำให้ซัคเกอร์เบิร์กจะขึ้นให้การต่อคณะกรรมาธิการตุลาการและคณะกรรมาธิการด้านการค้าของวุฒิสภาสหรัฐภายในวันที่ 10 เม.ย. และกับคณะกรรมาธิการด้านพลังงานและการค้าของสภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 11 เม.ย.นี้







