
การจ้างงานผู้สูงอายุ (7)
ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยนั้น
ในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยนั้น จากรายงานวิจัยเรื่อง “โครงการพัฒนาโมเดลการจ้างงานสำหรับผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย : การวิจัยแบบผสม” ระบุว่า ภาครัฐได้กำหนดเรื่องการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไว้หลายส่วน ทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปฏิญญาผู้สูงอายุไทย แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ รวมถึงอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุอีกหลายฉบับ
จากการศึกษาถึงการจ้างงานผ้สููงอายุในต่างประเทศ พบว่า ในหลายๆ ประเทศได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและมีการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุด้วยวิธีการต่างๆซึ่งเหมือนกันบ้างและต่างกันบ้างตามแต่บริบทของแต่ละประเทศ โดยภาครัฐเป็นเจ้าภาพหลักในการกำหนดกฎหมายหรือมาตรการต่างๆ ที่ส่งเสริมและจูงใจให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการขยายอายุการเกษียณการพัฒนาทักษะผู้สูงอายุ การอาชีวอนามัย การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้มีความยืดหยุ่นและการให้เงินอุดหนุนต่างๆ
ข้อมูลของศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสนอแนวทางและมาตรการเพื่อส่งเสริมการมีงานทำในผู้สูงอายุมีหลากหลายแนวทาง โดย “การจัดทำข้อมูลผู้สูงอายุ” เป็นมาตรการเร่งด่วนที่จำเป็นต้องดำเนินการเป็นลำดับแรกเนื่องจากข้อมูลที่ได้จะมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการวางแผน กำหนดนโยบายการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพต่อไป
การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวภาครัฐควรมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดเก็บข้อมูลที่สะท้อนถึงศักยภาพของผู้สูงอายุแต่ละราย เช่น ข้อมูลประวัติส่วนตัว ความถนัดและ/หรือความสามารถพิเศษ ประสบการณ์การทำงานและข้อมูลด้านสุขภาพ เป็นต้น โดยจำแนกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีศักยภาพ กลุ่มที่พอช่วยเหลือตนเองได้ และกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ นอกจากนี้ต้องรวบรวมข้อมูลให้อยู่ในรูปฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้งานได้ทันที
ส่วน “การทบทวนเกณฑ์การเกษียณอายุ” เป็นมาตรการเร่งด่วนลำดับที่สองโดยช่วงแรกอาจกำหนดตามความสมัครใจ เพื่อให้หน่วยงานที่มีผู้สูงอายุทำงานอยู่ได้มีโอกาสในการปรับตัว และกำหนดระยะเวลาการขยายเกณฑ์อายุเกษียณเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อประเมินความเหมาะสมและผลกระทบ หากประสบปัญหาอุปสรรค จำต้องหาแนวทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้กำหนดเกณฑ์การเกษียณอายุที่เหมาะสมมากที่สุด







