
RML ในมือตระกูลลี ปี 2564 หวังฟื้นตัว
บริษัท ไรมอนแลนด์ (RML) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หรูภายใต้การถือหุ้นใหญ่และการบริหารของตระกูลลีโดยการถือหุ้น 24.98%
โดย เจียรนัย อุตะมะ
บริษัท ไรมอนแลนด์ (RML) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หรูภายใต้การถือหุ้นใหญ่และการบริหารของตระกูลลีโดยการถือหุ้น 24.98% ในนามบริษัท เจเอส แอสเสท แมเนจเมนท์ ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2556 เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว และกำไรสุทธิลดลงมาตลอดนับจากปี 2557 ล่าสุดปี 2560 กำไรสุทธิของบริษัทลดลงถึง 77% จากปี 2559
เอเดรียน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร RML น้องชายของ ไลโอเนล ลี ผู้ถือหุ้นใหญ่ชาวสิงคโปร์ ให้สัมภาษณ์กลุ่มโพสต์ว่าปี 2564 รายได้ของบริษัทจะกลับมาเกิน 5,000 ล้านบาท จาก 3 ปีนี้ที่คาดว่ารายได้จะทรงตัวอยู่ที่ 2,000-3,000 ล้านบาท รายได้ที่จะกลับมาปกตินี้จะส่งผลให้คาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะกลับมาสูง 15-18% ด้วยจากปี 2560 ที่อัตรากำไรสุทธิลดลงไปอยู่ที่ 6% ของรายได้
“ผลการดำเนินงานช่วงที่ผ่านมาไม่สม่ำเสมอเป็นเพราะบริษัทชะลอลงทุนตามภาวะเศรษฐกิจและการเมืองไม่ดีนักจึงระมัดระวังการลงทุน อย่างไรก็ตามขณะนี้เห็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังซื้อระดับบนไปได้จึงจะลงทุนเพิ่มโดยปีนี้จะใช้งบลงทุนซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท”
ปี 2557 RML มีกำไรสุทธิ 1,224 ล้านบาท ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 901 ล้านบาท ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 851 ล้านบาท และปี 2560 มีกำไรสุทธิ 192 ล้านบาท
ลี คาดว่าปี 2565 รายได้ของบริษัทจะแตะ 1-1.2 หมื่นล้านบาท โดยจะมาจากโครงการที่ดำเนินการไปแล้ว 1,800 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทจะมีรายได้จากคอนโดมิเนียม 70% จากปัจจุบัน 95% และรายได้ประจำ 30% จากปัจจุบัน 5% โดยรายได้ประจำจะมาจากรายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงาน 20% ที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจอาหารและโรงแรม
“บริษัทกำลังมองหาผู้ร่วมทุนในธุรกิจทั้งคอนโดมิเนียม โรงแรมและร้านอาหารเพื่อให้บริษัทขยายตัวได้เร็วขึ้น คาดว่าจะสำเร็จในปีนี้ โดยมีงบซื้อกิจการ 1,000 ล้านบาท”
ทั้งนี้ ปี 2560-2561 จะเป็นปีของการลงทุนก่อสร้างเพื่อสร้างรายได้ประจำให้บริษัท และวางแผนจะมี 2-3 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในแต่ละปีต่อจากนี้ด้วยมูลค่าโครงการโดยรวม 8,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ระดับบน ทำเลทอง ด้วยคุณภาพที่ดีและราคาสมเหตุผล
เมื่อปลายปี 2559 บริษัทได้เช่าพื้นที่ 6 ไร่บนถนนเพลินจิต ตามแนวรถไฟฟ้าตรงกันข้ามกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี เพื่อสร้างอาคารสำนักงาน 60 ชั้น พื้นที่เช่า 6.1 หมื่นตารางเมตร ที่จะรับรู้รายได้บางส่วนในปี 2564 และคาดว่าจะรับรู้รายได้ทั้งหมดในปี 2566 และมีรายได้กว่า 720 ล้านบาทต่อปีอย่างสม่ำเสมอ
RML เพิ่งเปิดตัวโครงการเดอะลอฟท์ สีลม 4,000 ล้านบาท เมื่อปี 2560 ปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 80% และปีนี้จะเปิดคอนโดมิเนียม 2 โครงการมูลค่า 9,900 ล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียมหรู ที่พร้อมพงษ์ที่จะเปิดตัวไตรมาส 3 ปีนี้ และโครงการคอนโดมิเนียมหรูที่สาทร 12 จะเปิดไตรมาส 4
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.8 เท่า โดยตั้งเป้าหมายว่าจะรักษาสัดส่วนไม่ให้เกิน 1.5 เท่า มีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ 4,700 ล้านบาท งานในมือที่จะขาย 5,300 ล้านบาท โดยไม่นับรวม 2 โครงการที่จะเปิดขายในปีนี้
ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับกลุ่มร้านอาหารบ้านหญิงเมื่อเดือน ก.พ. 2561 ภายใต้ชื่อบ้านหญิงและดิงค์ ดิงค์ ขยายธุรกิจที่สิงคโปร์ปรากฏว่าได้รับการตอบรับดีจึงตั้งเป้าจะขยายสาขาดิงค์ ดิงค์ร้านก๋วยเตี๋ยวไทยไม่น้อยกว่า 10 แห่งทั่วเอเชียในปี 2563 และคาดว่าจะสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาท ในปี 2565 หรือไม่เกิน 10% ของรายได้จากธุรกิจคอนโดมิเนียม
สำหรับการเข้ามาถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของบริษัท คันทรี่กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGS) 11.03% ล่าสุดนั้นเป็นการลงทุนเพื่อหาผลตอบแทนจากการลงทุนจึงไม่ส่งผลต่อการบริหารงาน
ไลโอเนล ลี ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดใน RML นอกจาก RML เขายังถือหุ้นใหญ่บริษัท เจเอสออยล์ พีทีอี บริษัทร่วมลงทุนในธุรกิจหลากหลายเช่น บริษัท เอซรา โฮลดิ้งส์ ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งในสิงคโปร์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาโครงการทาวเวอร์ 15 อาคารสูง 30 ใจกลางย่านธุรกิจของสิงคโปร์
ลีเข้ามาซื้อ RML เมื่อปี 2556 สัดส่วน 24.98% ด้วยเงิน 2,100 ล้านบาท หรือหุ้นละ 2.40 บาท จากกลุ่มคูเวต IFA โฮเทลส์แอนด์รีสอร์ทเมื่อต้นปี 2556







