
'ทรัมป์'ป่วนค้าโลกระลอก2
การค้าโลกตึงเครียด หลัง “ทรัมป์” สั่งพิจารณาเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มอีก ด้านจีนยันจะตอบโต้ถึงที่สุด
การค้าโลกตึงเครียด หลัง “ทรัมป์” สั่งพิจารณาเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มอีก ด้านจีนยันจะตอบโต้ถึงที่สุด
ประธานาธิบดี นายโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ สั่งให้สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) พิจารณาเก็บภาษีเพิ่มเติมกับสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
“จากการตอบโต้อันไม่เป็นธรรมของจีน ผมได้สั่งให้ยูเอสทีอาร์พิจารณาว่าการสั่งเก็บภาษีเพิ่มกับสินค้าจีนมูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ จะเหมาะสมหรือไม่ ภายใต้มาตรา 301 และให้กำหนดว่าสินค้าใดเข้าข่ายเสียภาษีครั้งนี้” นายทรัมป์ กล่าว
ทั้งนี้ การประกาศสั่งเก็บภาษีรอบใหม่ของสหรัฐเกิดขึ้นเพียง 2 วัน หลังยูเอสทีอาร์เปิดเผยรายชื่อสินค้าจีนรอบแรกกว่า 1,300 รายการ มูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ที่จะเก็บภาษี 25% โดยรอยเตอร์สรายงานว่า ภาษีรอบ 2 ของสหรัฐมีแนวโน้มเน้นไปที่สินค้าอุปโภคบริโภคมากยิ่งขึ้น เนื่อง จากภาษีรอบแรกมุ่งเก็บกับสินค้าภาคอุตสาหกรรมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก
หลังคำประกาศของผู้นำสหรัฐ กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า จีนจะต่อสู้กับการปกป้องการค้าของสหรัฐอย่างถึงที่สุด แม้ยังย้ำว่าจีนไม่ต้องการทำสงครามการค้าก็ตาม
“หากสหรัฐยังเพิกเฉยต่อเสียงคัดค้านจากจีนและประชาคมโลก โดยเดินหน้าปกป้องการค้าและใช้มาตรการแต่ฝ่ายเดียว จีนจะดำเนินการดังกล่าวเช่นกันจนถึงที่สุด และจะโจมตีอย่างแข็งกร้าวด้วยมาตรการตอบโต้ใหม่ที่ครอบคลุม เพื่อปกป้องผลประโยชน์
ของประเทศและประชาชนจีน” กระทรวงพาณิชย์ ระบุ
นอกจากนี้ จีนยังยื่นเรื่องต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) เพื่อขอคำปรึกษากรณีสหรัฐตั้งกำแพงภาษีกับสินค้าจีนมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐอ้างว่าจีนไม่ให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า จีนได้ยื่นเรื่องกรณีสหรัฐตั้งเซฟการ์ดเหล็กและอะลูมิเนียมด้วย
ขณะเดียวกัน กระทรวงการค้าเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อดับเบิ้ลยูทีโอในการขอระงับการลดภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐ มูลค่า 480 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.5 หมื่นล้านบาท) แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าและแผงโซลาร์ของสหรัฐเมื่อเดือนก.พ.
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 1.6% อยู่ที่ 5.76 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) เมื่อเดือน ก.พ. สูงสุดในรอบ 9 ปีครึ่ง โดยการขาดดุลดังกล่าวปรับตัวขึ้นติดต่อกันแล้ว 6 เดือน
รอยเตอร์ส รายงานว่า การส่งออกของสหรัฐเพิ่มขึ้น 2.3% อยู่ที่ 1.37 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 4.28 ล้านล้านบาท) ขณะที่การนำเข้าสินค้าของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.6% อยู่ที่ 2.14 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.6 ล้านล้านบาท) ในเดือน ก.พ. โดยการนำเข้าจากจีนลดลง 14.7%
นายไรอัน สวีต นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัทวิเคราะห์ มูดี้ส์ อนาไลนิกส์ กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวแข็งแกร่งและกฎหมายปรับลดภาษีจะส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันให้สหรัฐขาดดุลการค้ามากกว่าเดิม
“จากการคำนวณของเรา กฎหมายปฏิรูปภาษีและแผนงบประมาณจะส่งผลให้สหรัฐขาดดุลงบประมาณ 2.05 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 6.4 ล้านล้านบาท) ในปีนี้ ซึ่งจะทำให้การขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นอีก 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 2.3 ล้านล้านบาท)” นายสวีต กล่าว







