posttoday
ข้อจำกัดของการใช้ Theta ในการเทรด Options

ข้อจำกัดของการใช้ Theta ในการเทรด Options

06 เมษายน 2561

หลังจากที่ทราบถึงการนำ Theta มาใช้สร้างกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบจาก Time Decay

 หลังจากที่ทราบถึงการนำ Theta มาใช้สร้างกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบจาก Time Decay เพื่อเพิ่มผลตอบแทนการลงทุนแล้ว วันนี้เราจะมาดูข้อจำกัดของ Theta และความเสี่ยงที่เมื่อใช้ Theta อย่างไม่ระมัดระวังแล้วอาจจะส่งผลเสียต่อพอร์ตลงทุนได้อย่างไรบ้าง

เนื่องจากค่า Theta เป็นค่าคาดการณ์ที่เกิดจากผลลัพธ์ทางทฤษฎีของ Options Pricing Model ที่ไม่ได้คำนึงถึงสภาวะการซื้อขาย Options ในตลาดจริงรวมเข้าไปด้วย จึงทำให้เกิดปัญหาอยู่บ่อยครั้งในการใช้ค่า Theta ตรงๆ เพื่อเป็น Indicator ในการซื้อขายจริง โดยเฉพาะ Put Options ที่ใกล้จะหมดอายุ เนื่องจากค่า Theta ที่คำนวณได้ในทางทฤษฎีจะสะท้อนค่า Time Decay ที่มักสูงกว่าการเปลี่ยนแปลงของราคา Options ที่เกิดขึ้นจริงในตลาด

จากปัจจัยดังกล่าว การใช้ค่า Theta ในการซื้อขายจริงอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนที่ Short Options มักจะเปิดสถานะค้างไว้นานเกินไป เพราะค่า Theta ที่อ่านได้บอกว่า Put Options ที่ใกล้จะหมดอายุนั้นมี Time Decay สูง ผู้ลงทุนจึงคาดหวังว่าการถือ Options ต่อไปจนหมดอายุจะมีโอกาสสูงที่จะได้รับ Premium เต็มจำนวน และไม่จำเป็นต้องปิดสถานะเพื่อ Lock Profit ไว้ก่อน ซึ่งมีอยู่บ่อยครั้งมากๆ ที่ผู้ลงทุนกลับประสบปัญหาขาดทุนแทน เนื่องด้วยปิดสถานะช้าเกินไปจากสาเหตุที่ตลาดมีความผันผวนที่เกิดจาก Supply/Demand ของผู้เล่นที่มีสถานะขาดทุนบ้าง กำไรบ้าง และทำให้ราคา Options ไม่สะท้อนค่า Time Decay ตามทฤษฎีในช่วงใกล้หมดอายุ

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนไม่ควรลืมว่าราคา Options ที่ซื้อขายอยู่บนกระดานนั้นเกิดจาก Demand/Supply ของผู้ลงทุนในตลาด ซึ่งมักจะมีการให้ราคา Options ที่สูงกว่าทฤษฎี หรือหมายความว่าค่า Implied Volatility (IV) ที่คำนวณได้จากราคา Options จะสูงกว่า Actual Volatility เสมอ (เนื่องจากตลาดมีความไม่แน่นอน การคาดการณ์ความเสี่ยงของผู้เล่นมักจะเผื่อ Buffer เอาไว้) ซึ่งนั่นแปลว่าการ Short Options ส่วนใหญ่จะได้เปรียบอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่ผู้ลงทุนจะต้องเปิด Position Short ไว้จนหมดอายุและเสี่ยงนำเงินหลักประกันบน Options ทิ้งไว้นานเกินไป ในบางกรณีการปิดสถานะ Short ก่อน Options หมดอายุจะทำให้สามารถ Lock กำไรได้ดีกว่า

อีกปัญหาหนึ่งคือ ผู้ลงทุนที่ใช้กลยุทธ์ Protective Put ด้วยการ Long Put Options เพราะมองว่าเป็นการประกันความเสี่ยงระยะสั้นในช่วงขาลงของตลาด และพิจารณา Theta ที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง มักจะเชื่อว่าหากตลาดปรับตัวลงแรงๆ ในอนาคตอันใกล้ มูลค่าของ Options ที่ถือครองอยู่จะสามารถเอาชนะแรงปะทะฝั่งตรงข้ามที่เกิดจาก Time Decay ได้ ปัญหาที่เกิดคือเมื่อเวลาผ่านไป แล้วตลาดไม่ปรับลดลงจริงหรือปรับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ และกลายเป็น Theta เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งกลับกลายเป็นว่ามูลค่า Options จะปรับตัวลดลงเร็วกว่าเดิมจากทั้งการลดลงของ Intrinsic Value และ Time Decay ทำให้การซื้อประกันความเสี่ยงขาลงนี้เป็นการซื้อประกันที่เปล่าประโยชน์ไป ซึ่งนี่ก็เป็นเพราะความบกพร่องจากการใช้ค่าทฤษฎี เช่น Theta เพียงอย่างเดียวในการประเมินความเสี่ยง แทนที่จะปิดความเสี่ยงของพอร์ตจากสภาวะตลาดจริงๆ นั่นเอง

นอกจากนี้ การใช้ Theta ซึ่งเป็นค่าที่สะท้อน Time Decay ในมูลค่า Options เป็น Indicator ในการซื้อขาย Options จริงนั้น มักจะขาดความแม่นยำในช่วงที่ Options ใกล้วันหมดอายุเข้ามามากขึ้น และยิ่งขาดความแม่นยำมากใน
Put Options ที่มี Premium ต่ำ โดยจากการพิจารณาข้อมูลในอดีตพบว่า Options ที่มีราคา Premium ต่ำๆ ไม่ว่าจะเป็น Call หรือ Put มักจะมีราคาซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทางทฤษฎี แม้ว่าราคาสินค้าอ้างอิงจะไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด (โดยสามารถดูได้จากค่า Implied Volatility ที่มักจะสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อใกล้วันหมดอายุ) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวอาจอธิบายได้จากพฤติกรรมของผู้ลงทุนในตลาด ที่พยายามตั้งราคาซื้อขายสูงกว่าปกติเพื่อชดเชย Time Decay ที่ผลลัพธ์ทางทฤษฎีบอกไว้ว่าจะกัดกร่อนราคา Options อย่างมากในช่วงที่ Options หมดอายุ

อย่างที่กล่าวมาแล้วหลายครั้ง ผู้ลงทุน Options ไม่จำเป็นต้องรู้วิธีการหาค่า Greeks แต่ละตัวว่าทำอย่างไร แต่ควรต้องเข้าใจถึงความหมายของค่า Greeks แต่ละตัว รวมถึง Limitation หรือข้อจำกัดทางทฤษฎีเมื่อนำมาใช้กับกลยุทธ์การซื้อขายจริง สำหรับท่านที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า Options หรืออื่นๆ ใน TFEX โปรดติดต่อสอบถามได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการอยู่ หรือติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.tfex.co.th

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท