
จีน-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์ลงทุนไทยเพิ่มต่อเนื่อง
บีโอไอโชว์สถิติตัวเลข 9 เดือน "ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-จีน" เพิ่มโครงการลงทุนในไทยต่อเนื่อง
บีโอไอโชว์สถิติตัวเลข 9 เดือน "ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-จีน" เพิ่มโครงการลงทุนในไทยต่อเนื่อง
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึง สถิติการขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2553) ว่า มีนักลงทุนให้ความสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอจำนวนทั้งสิ้น 1,107 โครงการ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 44.7 เมื่อเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 765 โครงการ ในขณะที่มูลค่าเงินลงทุนอยู่ที่ 286,100 ล้านบาท ปรับลดลงเล็กน้อย หรือประมาณร้อยละ 2.69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 294,000 ล้านบาท
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนสูงสุด ได้แก่ กิจการบริการ และสาธารณูปโภค มีจำนวน 308 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 125,300 ล้านบาท กิจการเกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร 191 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 44,000 ล้านบาท และกิจการ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง 215 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 34,700 ล้านบาท เป็นต้น
“จำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้นมาก แสดงให้เห็นถึงความสนใจของกลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในไทยมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และขยายตัวชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนขนาดกลาง ที่มีมูลค่าประมาณ 20-500 ล้านบาท ซึ่งมีจำนวนถึง 683 โครงการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่การลงทุนกลุ่มนี้จะอยู่ที่ 468 โครงการ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 46 จึงอาจทำให้มูลค่าการลงทุนไม่ขยายมากนัก อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ในช่วงปลายปี 2553 นี้ นอกจากการลงทุนในกลุ่มขนาดกลางแล้ว จะยังมีการลงทุนขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่มขึ้นอีกมาก อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ พลังงานทดแทน” นางอรรชกา กล่าว
นางอรรชกา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถิติการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในช่วง 9 เดือน มีจำนวนทั้งสิ้น 605 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 132,996 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 488 โครงการ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.98 ในขณะที่มีมูลค่าเงินลงทุนใกล้เคียงกับมูลค่าเงินลงทุนในช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีมูลค่า 136,409 ล้านบาท
ทั้งนี้ การลงทุนจากญี่ปุ่นยังเป็นกลุ่มที่เข้ามาลงทุนสูงสุด มีทั้งสิ้น 256 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 55,153 ล้านบาท รองมาคือ การลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ มีทั้งสิ้น 48 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8,873 ล้านบาท และการลงทุนจากประเทศจีน ที่มี 22 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8,623 ล้านบาท เป็นต้น โดยทั้ง 3 ประเทศเป็นกลุ่มประเทศที่เข้ามาลงทุน และมีสัดส่วนจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในไทย โดยญี่ปุ่น มีการลงทุนโครงการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45.45 ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ มีจำนวนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20 และการลงทุนจากจีน มีจำนวนโครงการเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.5







