posttoday
ลุ้นต่ออายุบัตรคนจน โค้งสุดท้ายกระตุ้นฐานราก

ลุ้นต่ออายุบัตรคนจน โค้งสุดท้ายกระตุ้นฐานราก

06 เมษายน 2561

นับตั้งแต่ที่รัฐบาลเปิดตัวโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (บัตรคนจน)

โดย อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

นับตั้งแต่ที่รัฐบาลเปิดตัวโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (บัตรคนจน) ซึ่งเริ่มดีเดย์ไปเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2560 จนถึงปัจจุบันหรือเข้าสู่ช่วงระยะ 6 เดือนของการดำเนินโครงการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากด้วยการลดค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยที่จะได้รับสิทธิผ่านบัตรในการรูดซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าประชารัฐ และค่าเดินทางทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถโดยสาร และรถไฟ ตามวงเงินที่รัฐบาลกำหนด รวมทั้งส่วนลดในการซื้อก๊าซหุงต้ม

โครงการที่ช่วยเพิ่มเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และได้รับความนิยมจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือ การซื้อสินค้าผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการและได้รับการติดตั้งเครื่องรูดบัตร (อีดีซี) แล้ว 3 หมื่นแห่ง จากเป้าหมาย 4 หมื่นแห่ง โดยอีก 1 หมื่นแห่งอยู่ในส่วนของร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน กำลังดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เป้าหมายการใช้บริการของประชาชน

“เป้าหมายในการติดตั้งเครื่องรูดบัตรอีดีซีให้ครบ 4 หมื่นแห่ง จะทำได้ภายในไม่เกินเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ และยังมีแผนที่จะขยายร้านธงฟ้าประชารัฐเพิ่มเติม เพราะมองว่าร้านธงฟ้าประชารัฐเป็นช่องทางในการช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นเอาต์เลตขนาดใหญ่ในการนำสินค้าชุมชนได้มีช่องทางการขาย ถือเป็นเครื่องมือของรัฐบาลที่จะเข้ามาดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชน” สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ระบุ

นอกจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับประโยชน์จากการที่รัฐบาลช่วยเหลือค่าครองชีพตามวงเงินที่กำหนดแล้ว ร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ ต่างได้รับประโยชน์จากยอดขายสินค้าภายในร้านที่เพิ่มขึ้น บางร้านมียอดขายเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า จากปกติที่ขายสินค้าได้ 1,000 บาท/วัน เป็น 1 หมื่นบาท/วัน แต่หากเป็นร้านค้าขนาดใหญ่จะมียอดขายสูงสุดแสนบาทต่อวันเลยทีเดียว เพราะเมื่อประชาชนเข้ามาใช้บริการภายในร้านแล้วยังซื้อสินค้าชนิดอื่นๆ ภายในร้านด้วย รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็มีสิทธิมาซื้อสินค้าธงฟ้าประชารัฐ เพราะมีราคาต่ำกว่าท้องตลาด 10-15%

ล่าสุด รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศสำรวจร้านธงฟ้าประชารัฐทุกแห่งในจังหวัดของตนเอง ว่าสินค้าภายในร้านสินค้าใดขายดี และได้รับความนิยมจากผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และให้รายงานกลับมายังกรมการค้าภายในเพื่อให้หารือผู้ผลิตสินค้า ที่จะนำสินค้าดังกล่าวมาทำเป็นสินค้าโปรโมชั่นส่งเสริมการขายในราคาถูกกว่าราคาที่ขายปกติภายในร้านธงฟ้าประชารัฐ

การจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐ ถือเป็นการเอาใจฐานรากของรัฐบาลอีกครั้ง เพราะสินค้าที่ปกติมีการลดราคาต่ำกว่าท้องตลาดอยู่แล้วจะลดราคามากยิ่งขึ้น โดยใช้แนวทางประชารัฐจากความร่วมมือของภาคเอกชนเข้าช่วยเหลือ สะท้อนถึงความเอาจริงที่รัฐบาลต้องการจะปั้นให้ร้านธงฟ้าประชารัฐเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพราะถือเป็นโครงการออกดอกออกผล

ทั้งนี้ หากประเมินคร่าวๆ พบว่าการใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐผ่านพ้นมา 6 เดือน มีเม็ดเงินที่เกิดจากการซื้อขายสินค้าแล้วประมาณ 1.8-2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าเม็ดเงินเหล่านี้จะกลับไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากได้ถึง 5 รอบ หรือมีเม็ดเงินหมุนในเศรษฐกิจฐานรากประมาณ 1 แสนล้านบาทเป็นอย่างต่ำ ช่วยกระตุ้นจีดีพีประเทศได้เกือบถึง 1%

แม้ว่าโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐจะเป็นหัวหอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก แต่ยังพบปัญหาภายในโครงการ ซึ่งเป็นจุดที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาหากต้องการให้โครงการเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะการออกมาร้องเรียนของผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ระบุพฤติกรรมบางร้านค้าเอาเปรียบผู้บริโภคในหลายวิธีการ ทั้งการนำสินค้ามารวมชุดขาย การให้ส่วนลดเงินสดซื้อสินค้ามากกว่าซื้อผ่านบัตร ฯลฯ โดยที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการกับร้านค้าที่กระทำผิดด้วยการยึดเครื่องรูดบัตร และให้ออกจากโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐแล้ว 10 กว่าแห่ง

อย่างไรก็ตาม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ดำเนินการมาถึงครึ่งทาง กำลังอยู่ระหว่างการประเมินผลการดำเนินโครงการ เพราะโครงการจะสิ้นสุดระยะเวลาสิ้นปี 2561

“จะมีการสำรวจว่าโครงการดังกล่าวตรงตามความต้องการของประชาชนหรือไม่ ช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนจริงหรือไม่ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเพียงใด เป็นต้น ก่อนที่จะนำผลที่ได้มาประกอบการตัดสินใจจะดำเนินโครงการหรือไม่” สนธิรัตน์ ระบุ

ด้าน ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่าการต่ออายุโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐออกไปอีกหรือไม่ เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังจะต้องประเมินผลว่าสิ่งที่ดำเนินการมาตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการหรือไม่ แต่ต้องยอมรับก่อนว่าโครงการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพ แต่ไม่ใช่การทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มเข้ามา ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องดำเนินการในเฟส 2 คือการสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย

“เท่าที่ประเมินวงเงินในบัตรจากฐาน 11 ล้านคน จะมีการใช้จ่ายประมาณเดือนละ 3,000 ล้านบาท หรือประมาณ 4 หมื่นล้านบาทใน 1 ปี ซึ่งพอจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ไม่มากเพราะเศรษฐกิจภูมิภาคซึมลึก จากการที่ราคาสินค้าเกษตรยังไม่ได้มีราคาดีเท่าที่ควร ดังนั้นการจะต่ออายุโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล และยังต้องมีการปรับรูปแบบของโครงการ เพื่อทำให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อย มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยที่ยั่งยืน” ธนวรรธน์ ให้ความเห็น

ช่วงโค้งสุดท้ายของการดำเนินการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เหลือระยะเวลาอีก 7-8 เดือน คาดว่ารัฐบาลจะเร่งทุกวิถีทางที่จะผลักดันการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยทุกรูปแบบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากตามที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ และเชื่อว่าการพิจารณาต่ออายุโครงการมีสิทธิเป็นไปได้มากที่รัฐบาลจะเลือกทำ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท