posttoday
เส้นชัยมโน...

เส้นชัยมโน...

05 เมษายน 2561

น้องคนหนึ่งหลังไมค์มาขอคำปรึกษา หลังไปเข้าอบรมวิธีการสร้างอิสรภาพทางการเงิน ผ่านช่องทางออนไลน์กับกูรูด้านความมั่งคั่งท่านหนึ่ง

โดย...จักรพงษ์ เมษพันธุ์

น้องคนหนึ่งหลังไมค์มาขอคำปรึกษา หลังไปเข้าอบรมวิธีการสร้างอิสรภาพทางการเงิน ผ่านช่องทางออนไลน์กับกูรูด้านความมั่งคั่งท่านหนึ่ง

น้องเขาเล่าว่า หลังเรียนวิธีตั้งเป้าหมายกับกูรูท่านดังกล่าวแล้ว ก็ให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย เพราะเป้าหมายการเงินที่เขาคิดได้จากวิธีที่กูรูสอน ออกมาเป็นตัวเลขกลมๆ 5 แสนบาท/เดือน

ที่สำคัญ​มันเป็น Passive Income หรือรายได้จากทรัพย์สิน ไม่ใช่รายได้จากการทำงาน (หรือ Active Income)

นั่นหมายถึง เขาต้องสร้างและสะสมทรัพย์สิน (อาทิ หุ้น กองทุนรวม อสังหาฯ ให้เช่า ธุรกิจ หรือทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ)​ ที่จะสร้างหรือผลิตรายได้ให้กับเขาทุกเดือน ในรูปดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า กำไรจากกิจการ และค่าลิขสิทธิ์ รวมๆ กันเดือนละ 5 แสนบาท

[ต่อไปนี้คือ เรื่องราวการสนทนาระหว่างผมกับน้องเค้า]

“แล้วปัญหา คือ ... ?” ผมถามหลังจากฟังเขาเล่าเรื่องตัวเองจบ

“ก็แค่เห็นเป้าหมายแล้วผมตกใจครับ รายได้จากทรัพย์สินเยอะขนาดนั้น ตอนนี้แค่ 1,000 เดียว ผมยังไม่มีเลย ที่สำคัญหนี้ผมยังมีหนี้อยู่อีกตั้งแยะ ที่ยังใช้เขาไม่หมด”

“แล้ว? ...” ผมถามต่อ หลังฟังคำอธิบาย

“ผมก็เลยมาถามพี่หนุ่มนี่ยังไงละครับ เอาเข้าจริง ผมเองก็ดูๆ อยู่หลายทาง แต่ไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อนดี พี่หนุ่มมีคำแนะนำมั้ยครับ ว่าผมควรเริ่มจากทำอะไร?”

“ก่อนจะไปถึงวิธีการหารายได้จากทรัพย์สินต่อเดือนมากขนาดนั้น ถามหน่อยสิ ตอนได้ตัวเลขเป้าหมายออกมา เรารู้สึกยังไง”

เส้นชัยมโน...

“รู้สึกเลยครับว่า งานประจำไม่ตอบโจทย์ชีวิตเราแน่ๆ”

“ไม่ใช่สิ! ที่พี่ถามหมายถึง ตอนเราได้ตัวเลขเป้าหมายการเงิน เราไม่รู้สึกเอะใจอะไรกับมันเลยเหรอ?”

“เอะใจยังไงครับ”

“งั้นถามใหม่ อะไรทำให้เราเชื่อในทันที ว่ามันเป็นเป้าหมายเรา?”

นิ่งเงียบไปนาน ผมเลยถามต่อ

“ทำไม? ต้อง 5 แสนเป็น 1 แสน หรือ 1.5 แสน พอมั้ย? จะเอา 5 แสน ไปทำอะไรบ้าง ที่บอกว่าต้องได้เท่านี้ ถึงจะมีชีวิตที่มีอิสรภาพ หมดกังวลเรื่องการเงิน”

ปลายทางยังนิ่งเหมือนกำลังฟัง

“ถ้าเห็นตัวเลข 5 แสนที่คำนวณได้แล้วรู้สึกตกใจ อาจเป็นไปได้มั้ยว่า เป็นเพราะเราเองก็รู้สึกว่าหาเหตุผลมาอธิบายมันไม่ได้ เราไม่อินกับมัน หรือที่แย่ที่สุด คือ ไม่มีเหตุผลรองรับว่าทำไม? ต้องพยายามทำตัวเลขนั้นให้เป็นจริงขึ้นมา”

“แล้วเรามีวิธีดูยังไงครับ ว่าสิ่งที่เราคิดมันเป็นเป้าหมายของเราจริงๆ”​ เจ้าของเรื่องถามกลับ

“ก็เหตุผลหลังตัวเลขไงละ ทำไม? ทำไม? ทำไม? เราเคยถามตัวเราจริงๆ มั้ย WHY น่ะ

จะว่าไปตัวเลข 5 แสนที่เราคำนวณได้ อาจจะถูกก็ได้นะ ถ้าเราตั้งโจทย์เองว่า เงินกินอยู่ใช้จ่ายในแต่ละเดือนระดับนั้น ถึงจะมีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม

เส้นชัยมโน...

แต่ถ้าไม่ใช่ คิดถึงมันแล้วใจสั่น ไร้พลัง อันนั้นก็อาจเป็นตัวเลขที่เราอุปโลกน์ขึ้นมา เป็นเรื่องที่เรามโนไปเอง คิดเกินความต้องการที่แท้จริงแบบไร้สติเป้าหมายจริงอาจไม่ได้สูงขนาดนั้นก็ได้ อันนี้มุมมองส่วนตัวพี่นะ”

“แต่ถ้าแบบนั้นมันจะเป็นลดขนาดความฝันตัวเองหรือเปล่าครับ คนเราควรคิดใหญ่ ฝันใหญ่ ไม่ใช่เหรอครับ”

“คนเราไม่ได้มีความสุขจากการเปรียบเทียบ หรือตั้งกฎเกณฑ์ว่าฝันแบบนี้เล็กไป หรือต้องฝันใหญ่หรอก

คนเรามีความสุข กับ “ความฝันที่เป็นจริง” มากกว่า

ความฝันที่เป็นความฝันของเราจริงๆ ไม่ได้หยิบยืมหรือเลียนแบบคนอื่น มีเหตุผลรองรับเป้าหมายหรือสิ่งที่ฝัน ทำให้เรามีพลังอย่างแรงกล้า กล้าลุย กล้าเดิน กล้าลงมือทำ

และนั่นจะทำให้ทุกวันที่เรากำลังพยายามทำความฝันหรือเป้าหมาย เราจะมี “ความสุข” ในทุกวัน ทั้งๆ ที่ยังไม่สำเร็จ

“หรืออย่างน้อยก็ไม่ตกใจกับเป้าหมายตัวเองตั้งแต่เริ่ม แบบที่เราเป็นอยู่นี่ไง”

“ไม่ต้องเชื่อพี่หรอกนะ ลองค่อยๆ คิดดูเอาเองแล้วกัน เพราะสิ่งที่น้องกำลังสงสัย ถือเป็นวิชาการเงินขั้นสูงสุดแล้วล่ะ ใครเข้าใจตรงนี้ได้ ก็จะรวยเร็วขึ้น และมีความสุขง่ายขึ้น”

“จริงเหรอครับ วิชาอะไรเหรอครับ”

“การรู้จักและเข้าใจตัวเองครับ อันนี้แหละคือวิชาการเงินขั้นสูงสุดแล้ว เมื่อรู้และเข้าใจที่เหลือก็ง่าย รวยง่ายขึ้น เพราะไม่ตั้งโจทย์เว่อร์ รวยเร็วขึ้น เพราะตั้งเป้าหมายที่ทรงพลัง สอดคล้องกับความสุขในชีวิตที่ต้องการจริงๆ จึงทำให้เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ

หลังรอเขาตอบกลับอยู่นาน สุดท้ายไม่มีเสียงตอบอะไรกลับมา

สงสัยเค้าคงไม่อินกับคำอธิบายอันแสน Abstract ของผมแน่ๆ เลย 555

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ