
ไรเซน เอนเนอร์จี ชูนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่สะอาด
เพราะชีวิตและการเดินทางคือสิ่งที่เกิดควบคู่กันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ายานยนต์ที่ดีและเหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัยเท่านั้น
เพราะชีวิตและการเดินทางคือสิ่งที่เกิดควบคู่กันอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ายานยนต์ที่ดีและเหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนให้ชีวิตของผู้ที่ได้ครอบครองมีความสมดุล เกิดความภาคภูมิใจในการได้เป็นเจ้าของ และส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมในสังคมโดยรวมสะอาด ปลอดภัย และยั่งยืน
แนวคิดและเจตนารมณ์นี้เป็นแรงผลักดันให้ อภิชาติ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ชาริช โฮลดิ้ง จำกัด ในการนำเข้าและจัดจำหน่าย BYD ในประเทศไทย ซึ่งเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์รอบด้าน ทั้งเรื่องของการเดินทาง การใช้ชีวิต และปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งคือการใช้พลังงานสะอาดเพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนของคนในสังคม
คุณอภิชาติ กล่าวว่า "ด้วยปัญหาสภาวะโลกร้อนที่เกิดจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาผลาญของรถยนต์และเครื่องจักร รวมถึงปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุให้คนเมืองมีสุขภาพที่ทรุดโทรมมากขึ้น บริษัทฯ มีจุดยืนที่ต้องการเป็นตัวแทนในฐานะผู้เสนอทางเลือกและให้ข้อมูลเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ซึ่งเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพและความคุ้มค่า รวมถึงสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นและยั่งยืนกว่าสำหรับทุกคนในสังคม"
ในด้านสิ่งแวดล้อม จากการศึกษาพบว่า น้ำมันดีเซล 1 ลิตรที่ผ่านการสันดาปจากเครื่องยนต์ จะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 2.64 กิโลกรัม ดังนั้นรถเมล์ที่ใช้เครื่องดีเซลจะผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึงปีละประมาณ 133,000 กิโลกรัมต่อคัน หรือเทียบได้กับต้องใช้ต้นไม้ถึง 11,300 ต้น เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (http://ecoscore.be/en/info/ecoscore/co2) (https://www.eia.gov/tools/faqs/faq.php?id=307&t=10) ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมสารประกอบที่เป็นพิษอื่นๆ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ดังนั้น เมื่อรวมรถทุกคันที่อยู่บนท้องถนน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมานั้นย่อมมีปริมาณมหาศาล
ด้วยเหตุผลนี้ บริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี จำกัด จึงเชื่อมั่นว่า ถึงเวลาของยานยนต์ไฟฟ้าที่ต้องถูกนำมาใช้ ในประเทศไทยแล้ว บริษัทฯ จึงได้นำเข้าและจำหน่ายยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับชั้นนำของโลก ภายใต้แบรนด์ BYD อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกแล้วภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39
คุณอภิชาติ อธิบายว่า "บริษัทฯ ต้องการแก้ไขปัญหามลพิษในภาคคมนาคมขนส่งสาธารณะ และ เชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ของ BYD ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต ซึ่งผ่านการพิสูจน์และยอมรับมาแล้วในระดับสากลในกว่า 200 เมืองทั่วโลก ว่ามีความปลอดภัย เสถียร ผ่านการทดสอบและทดลองใช้บนถนนจริงมาอย่างยาวนาน จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ดังเช่นโมเดลตัวอย่างการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเมืองเซินเจิ้น ที่มีการนำรถบัสระบบไฟฟ้าของ BYD มาให้บริการในภาคขนส่งสาธารณะ กว่า 16,359 คัน และรถแท็กซี่ระบบไฟฟ้าของ BYD อีกกว่า 12,518 คัน ช่วยลดมลพิษและพลิกเมืองเซินเจิ้นกลับมาเป็นหนึ่งในเมืองที่สะอาดที่สุดในประเทศจีน"
"นอกจากนี้ การใช้งานยานยนต์ BYD ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งยังช่วยยกระดับมาตรฐานการคมนาคมและเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างตลาดยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ โดยเบื้องต้น ทางบริษัทฯ ได้นำรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 5 รุ่นเข้ามาทำตลาดก่อน ประกอบด้วย รถโค้ชไฟฟ้า BYD c6 รถตู้ขนสินค้าขนาดเล็ก BYD T3 รถยก BYD Electric Forklift รถหัวลากกระเป๋าในท่าอากาศยาน BYD Electric Baggage Towing Tractor และรถยนต์นั่งส่วนบุคคล BYD e6 ซึ่งหลายๆ ประเทศนำไปประยุกต์ให้บริการเป็นรถแท็กซี่สาธารณะ"
"โดยเราเชื่อมั่นในการทำธุรกิจที่ไม่ใช่แค่หวังผลประโยชน์ส่วนตัวระยะสั้น แต่มองถึงสิ่งที่คนส่วนรวมในสังคมจะได้ประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว ผลิตภัณฑ์และโซลูชันยานยนต์ระบบพลังงานไฟฟ้า 100% ของเราสามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจเพื่อสาธารณะรูปแบบนี้ได้ โดยไม่เพียงช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษารถ แต่ยังช่วยลดปัญหามลภาวะทางอากาศ ซึ่งเป็น ต้นทุนทางสุขภาพที่สำคัญมากของผู้คนที่อยู่ร่วมกันในสังคม อีกทั้งเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV ในระยะยาวจะยิ่งมีต้นทุนการผลิตที่ถูกลงและมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นไปอีก" คุณอภิชาติ กล่าวปิดท้าย
ในพื้นที่เดียวกัน ยังมีโซน Sharenovation ของ บริษัท ชาริช โฮลดิ้ง จำกัด ที่เป็นโลกของนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่นำเสนอ NIU: Smart Electric Scooter ที่นำเข้าและจัดจำหน่ายโดยชาริช โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นสกูตเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่มียอดขายทั่วโลกกว่า 400,000 คัน และเป็นอันดับหนึ่งในเยอรมนี ด้วยการคัดสรรส่วนประกอบที่ได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Panasonic ขนาด 1.7 kWh ที่สามารถถอดชาร์จไฟได้สะดวกทุกที่ตามต้องการ และมอเตอร์ไฟฟ้าจาก Bosch เทคโนโลยีชั้นสูงจากเยอรมนี นอกจากนี้ NIU ยังสามารถใช้งานได้ควบคู่กันกับ แอปพลิเคชันอัจฉริยะ NIU E-Scooter บนมือถือที่จะช่วยบอกสถานะการใช้งานทั้งหมดของรถ รวมถึงมีระบบติดตามตำแหน่งรถที่ช่วยให้อุ่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น ทั้งนี้ NIU สามารถวิ่งได้ 65 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 67 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดย NIU นอกจากไม่สร้างมลพิษทางอากาศ ยังประหยัดกว่าด้วยค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่คิดมา แล้วอยู่ที่เพียงกิโลเมตรละ 11 สตางค์ รวมถึงแทบไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องการซ่อมบำรุง เนื่องจากเป็นระบบไฟฟ้า สมบูรณ์แบบ ไม่ต้องกังวลเรื่องของเครื่องยนต์
นับว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่เป็นช่องทางใหม่ๆ สำหรับผู้ประกอบการที่เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่พร้อมใช้งานแล้ววันนี้ รวมถึงผู้บริโภคที่มีความสนใจนวัตกรรมยานยนต์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบ 100%
สามารถเข้าร่วมชมผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมชั้นเลิศ รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่บูท BYD และ Sharenovation ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ซึ่งเป็นบูทที่ได้รางวัล EV of the Year 2018 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 เมษายน ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพค เมืองทองธานี







