posttoday
คุณปู่ยุคดิจิทัล

คุณปู่ยุคดิจิทัล

01 เมษายน 2561

หลายวันก่อน อาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งผู้มีอายุเกินกว่า 70 ปีแล้ว มาเรียกให้ไปฟังสรุปเรื่องราวของเงินดิจิทัลที่ท่านติดตามมาหลายเดือน

โดย เพียงออ วิไลย [email protected]

หลายวันก่อน อาจารย์อาวุโสท่านหนึ่งผู้มีอายุเกินกว่า 70 ปีแล้ว มาเรียกให้ไปฟังสรุปเรื่องราวของเงินดิจิทัลที่ท่านติดตามมาหลายเดือน จนกระทั่งยอม ร่วมลงทุนทำฟาร์มขุดเงินดิจิทัลกับเขาด้วย เหมืองขุด Bitcoin ของท่านอยู่ที่จังหวัดหนึ่งในภาคเหนือของเรานี่แหละ ท่านบอกว่าเป็นการลงทุนเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ว่าชาวโลกเขาไปกันถึงไหน และเอาตัวเลขมาประเมินผลตอบแทนการลงทุนกันเล่นๆ ว่า ควรลงทุนเท่าไรจึงจะคุ้มค่าน่าสนใจ (ต่อจากฉบับที่แล้ว)...

ก็ได้ข้อสรุปว่า การขุดเหมือง Bitcoin มีอัตราผลตอบแทนที่ต่ำมาก ถ้ามีเงินเย็นนิ่งๆ อยู่ฝากธนาคารดอกเบี้ยต่ำและอยากจะลงทุนก็ทำได้ เพราะมีข้อดีคือไม่ต้องปวดหัวกับการจ้างคนงานจริง ใช้คอมพิวเตอร์ทำงานแทนคนเข้ายุคแรงงานสมองกลไปเรียบร้อย และมีต้นทุนรายเดือนต่ำ แต่ถ้าเป็นเงินร้อนที่ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่คนอื่นในระยะสั้น ไม่สมควรนำมาลงทุน เพราะผลตอบแทนดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เพียงเล็กน้อย มีต้นทุนคงที่จากการซื้อเครื่องสูง กว่าจะคืนทุนใช้ระยะเวลานาน Bitcoin ที่เหลือให้ขุดก็น้อยลงๆ ไปทุกขณะ

อย่างไรก็ตาม หากจะลงทุนตอนนี้ก็คงต้องสู้กันเหงื่อหยด เพราะคนแข่งทำฟาร์มกันทั่วโลก ทำเล็กๆ ไม่คุ้มกับค่าเสียเวลา ยิ่งขุดยิ่งต้องลงทุนจ่ายเงินกันหลายล้านเพื่อซื้ออุปกรณ์ที่เร็วยิ่งขึ้นมาขุดเหมืองแข่งกับเวลา! ไปๆ มาๆ จะกลายเป็นการสร้างอุปสงค์ คือกระพือให้มีความต้องการใช้อุปกรณ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตชิปรวยกันไปเปล่าๆ สุดท้ายท่านบอกว่า สู้ออกเหรียญเองระดมทุนกันเลยไม่ได้ เห็นผลเร็วกว่า อาจารย์ท่านนี้นับว่าเป็นผู้สูงอายุที่ตามติดเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดนิ่ง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แม้วัยจะเข้าเวลาบ่ายคล้อยแล้ว หลังจากคุยกันเสร็จ ท่านได้ชูแท่งเก็บหน่วยความจำเล็กๆ ขึ้นมาให้ดูพร้อมบอกว่า “นี่ไง (เงิน) Bitcoin ของผมอยู่ในนี้” พร้อมกับหัวเราะชอบใจ ช่างล้ำสมัยกว่าพวกเราเสียจริงเจ้าค่ะ

เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วขึ้น ใครจะคาดคิดว่าโลกนี้ใกล้จะถึงวันที่หนังสือกระดาษหมดไปทุกทีแล้ว แม้ไม่มีใครบอกได้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไร แต่คนที่อยู่ในวงการหนังสือสื่อสิ่งพิมพ์รู้ดีว่า หนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษกำลังเผชิญกับพายุดิจิทัลที่เป็นภัยร้ายแรงต่ออนาคตของวงการพิมพ์ คนรุ่นหลังอาจจะได้รู้จักหนังสือกระดาษที่เป็นเพียงตำนานหรือของเก่าประดับบ้านเหมือนกระดานชนวนของออเจ้า ปลายปีก่อนไปสัมมนากับนักวิชาการด้านสื่อสิ่งพิมพ์เกาหลี เขาคาดไว้ว่าไม่น่าจะเกิน 50 ปีสิ่งพิมพ์กระดาษจะหมดไปจากโลกนี้!

เกาหลีเป็นประเทศที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นอันดับต้นของโลก ดังนั้นพัฒนาการของสื่ออิเล็กทรอนิกส์จึงทำให้สื่อสิ่งพิมพ์เกาหลีต้องปรับตัวมาก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว ปัจจุบัน จำนวนผู้อ่าน (Readership) หนังสือพิมพ์กระดาษตกลงไปมาก แต่ละฉบับต้องพยายามรักษายอดขายฉบับกระดาษโดยการส่งเสริมจำนวนสมาชิกผู้รับหนังสือพิมพ์ให้ได้ เนื่องจากหน้าข่าวบนเว็บไซต์แทบจะไม่สามารถทำรายได้พอเพียงกับค่าใช้จ่ายเลย 

หนังสือพิมพ์ “โชซอนอิลโบ” ซึ่งเก่าแก่เกือบจะร้อยปีแล้ว เป็นหนังสือพิมพ์อันดับ 1 ของเกาหลี มียอดขายเมื่อ 20 ปีก่อนถึงวันละ 2.4 ล้านฉบับ ปัจจุบันนี้คงเหลือ 1.5 ล้านฉบับ โดยส่วนใหญ่เป็นสมาชิกรับหนังสือพิมพ์ที่บ้านและสำนักงานราว 80% อีก 20% เป็นขายทั่วไป ที่แตกต่างจากบ้านเราคือ ปกติสมาชิกผู้รับหนังสือพิมพ์ในเกาหลีจะชำระเงินค่าสมาชิกเป็นรายเดือน ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อหรือต่ออายุสมาชิกได้ง่ายกว่าการขายเป็นรายปี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง เพราะจ่ายก่อนทั้งปีไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ราคาหนังสือพิมพ์ฉบับละ 800 วอน (ราว 24 บาท) ส่วนค่าสมาชิกรายเดือน เดือนละ 1.5 หมื่นวอน (ราว 450 บาท) ถือว่าคุ้มค่ามาก คิดง่าย จ่ายคล่อง

คุณปู่ยุคดิจิทัล

ทั้งโชซอนอิลโบ และซออุลอิลโบ (หนังสือพิมพ์อันดับ 2) ต่างก็เชื่อมั่นว่าในระยะ 5-10 ปี จะสามารถ “เอาอยู่” ได้ในระดับนี้ ถ้าหนังสือพิมพ์ยังเน้น “คุณภาพของข่าว” โชซอนอิลโบได้ชื่อว่าเป็นแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุดในเกาหลี ฉบับออนไลน์มียอดดูถึง 374 ล้านครั้ง/เดือน นอกจากนี้ยังมีช่องโทรทัศน์โชซอนและนิตยสารรายเดือนที่ประสบความสำเร็จมาก เฉพาะห้องข่าวช่องโทรทัศน์ มีนักข่าวและผู้ปฏิบัติงานรวมถึง 250 คน จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้บริหารของหนังสือพิมพ์โชซอนอิลโบ เขาถือว่า ในยุคนี้การทำหนังสือพิมพ์คือการแข่งขันทางความคิด (Competition of Idea) หากผลิตความคิดหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ได้ก็คงไม่รอด เพราะในตลาดมีหนังสือพิมพ์รายวันเกาหลีรวมฉบับท้องถิ่นด้วยถึง 181 ฉบับ กับ หนังสือพิมพ์ออนไลน์อีกราว 4,320 ฉบับ (เว็บไซต์)!

หนังสือพิมพ์ออนไลน์ในเกาหลีมีจำนวนมากจริงๆ ค่ะ ที่จดทะเบียนขออนุญาตขอเปิดมีราว 6,360 ฉบับ แต่เปิดจริงราว 67% หนังสือพิมพ์ออนไลน์ของเกาหลีต้องถูกควบคุมโดย “กฎหมายส่งเสริมหนังสือพิมพ์เกาหลี  (Act  of  the  Promotion  of  Newspaper)” เช่นเดียวกับสื่อประเภทอื่นๆ กฎหมายนี้เปิดกว้างให้ใครก็ได้ที่อยากทำหนังสือพิมพ์ออนไลน์ สามารถเปิดได้อย่างเสรีโดยต้องปฏิบัติตามระเบียบให้ครบถ้วน

เพื่อนคนหนึ่งก็เพิ่งเปิดหนังสือพิมพ์ออนไลน์ไปเมื่อปีที่แล้วค่ะ เขาเน้นด้านข่าวเศรษฐกิจการลงทุน ซึ่งก็พอเลี้ยงตัวเองได้จากค่าสมาชิกและโฆษณา แค่มีนักข่าวและพนักงานเกินกว่า 3 คน (กำลังแก้กฎหมายให้เป็น 5 คน) มีแผนธุรกิจ แผนการเงิน และเป็นบุคคลที่ไม่อยู่ในข้อห้ามก็เปิดได้แล้วค่ะ จึงมีหนังสือพิมพ์ออนไลน์ใหม่ๆ เปิดตัวทุกเดือน แถมต้นทุนยังถูกกว่าทำหนังสือพิมพ์กระดาษอีกหลายร้อยเท่า อีกทั้งคนหนุ่มสาวเกาหลีทุกวันนี้อยากเป็นนักข่าวกันมากมาย แม้ว่ารายได้จะต่ำกว่าอาชีพอื่น แต่มีอิสระทางเวลาและได้ทดลองความคิดใหม่ๆ ของตนเองด้วย

ด้วยเหตุนี้หนังสือพิมพ์รุ่นเก่าที่เขาเรียกกันว่า Legacy Media จึงต้องปักหลักเกาะเสาเทคโนโลยีต้านพายุกันอย่างเหนียวแน่น หลายสำนักพิมพ์เชื่อมข้อมูลเข้าระบบ Big Data ส่วนกลางขององค์กร Korean Press Foundation ที่จัดเก็บข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ทุกฉบับไว้มานานกว่า 20 ปี เพื่อให้บริการแก่นักข่าวได้นำประเด็นที่น่าสนใจมาสร้างข่าวขึ้นเอง ไปเยี่ยมหนังสือพิมพ์ “ดงอาอิลโบ” อายุเกือบร้อยปีเช่นกัน อายุนักข่าวเฉลี่ย 40-50 ปี มีนักข่าวรุ่นคุณลุงคุณปู่อายุ 55+ นั่งทำงานอยู่หลายคน เห็นใช้โปรแกรมดีไซน์หน้าข่าวแต่งภาพปิดต้นฉบับของตนเองอย่าแคล่วคล่อง สมเป็นนักข่าวยุคดิจิทัลจริงๆ ค่ะ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69