posttoday
‘FSMART’พยุงหุ้น

‘FSMART’พยุงหุ้น

31 มีนาคม 2561

FSMART ผ่าทางตันผุดโครงการซื้อหุ้นคืน 300 ล้าน สงครามค่าฟีลูกค้าออนไลน์สถาบันการเงินระอุ CPALL-BJC จุด

FSMART ผ่าทางตันผุดโครงการซื้อหุ้นคืน 300 ล้าน สงครามค่าฟีลูกค้าออนไลน์สถาบันการเงินระอุ CPALL-BJC จุด

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัทดำเนินซื้อหุ้นคืนจำนวน 20 ล้านหุ้น หรือ 2.5% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว โดยจะใช้วงเงินในการซื้อหุ้นคืนประมาณ 300 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจซื้อหุ้นคืนเพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน และจะทำให้ผลตอบแทนส่วนผู้ถือและกำไรสุทธิต่อหุ้นเพิ่มสูงขึ้น และจะไม่มีผลกระทบต่อปริมาณหุ้นหมุนเวียน (ฟรีโฟลต) แต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในรายละเอียดของโครงการซื้อหุ้นคืนบริษัท ระบุว่า มีกำไรสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการ 502.27 ล้านบาท มีภาระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระในอีก 6 เดือนข้างหน้า 547.13 ล้านบาท แต่บริษัทมีรายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 271.94 ล้านบาท และคาดว่าในอีก 6 เดือนข้างหน้า จะมีเงินสดจากการดำเนินกิจการเข้ามาประมาณ 900 ล้านบาท จึงเพียงพอที่จะชำระหนี้ที่จะครบกำหนดชำระ 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา FSMART นับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับกระทบทั้งจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะอนุญาตเรื่อง เอเจนท์แบงก์กิ้ง รวมถึงล่าสุดกรณีที่สถาบันการเงินออกมาแข่งลดค่าธรรมเนียมลูกค้าออนไลน์ก็ส่งผลกระทบด้วย ทำให้ราคาหุ้นของ FSMART จากต้นเดือน ก.พ.ซื้อขายที่ 15.40 บาทลดลงมาซื้อขายที่ 9.80 บาท ลดลง 36.36%

นายสมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ FSMART กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการที่สถาบันการเงินลดค่าธรรมเนียม (ฟี) เพราะยอดโอนเงินผ่านตู้บุญเติมยังเติบโต เพราะลูกค้าคนละกลุ่มกับแบงก์ และมีสัดส่วนรายได้ในการโอนเงินเพียง 5.8% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งรายได้หลักของบุญเติมยังมาจากเติมเงินมือถือและอื่นๆ ในทางกลับกันจะได้รับผลดีจากการที่แบงก์ลดค่าธรรมเนียม เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทที่รับชำระค่าธรรมเนียมให้ตัวแทนปีละ 30-40 ล้านบาท โดยน่าจะเริ่มเห็นผลในไตรมาส 2 เป็นต้นไป

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) ออกบทวิเคราะห์ผลกระทบจากการลดค่าธรรมเนียมลูกค้าออนไลน์ของสถาบันการ ที่ทำธุรกรรมผ่านสมาร์ทโฟนและเอทีเอ็ม ว่านอกจากรายได้ค่าธรรมเนียมของแบงก์กระทบ และยังกระทบผู้ให้บริการตู้เติมเงิน รวมถึงเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่รับชำระบิลต่างๆ ด้วยไม่ใช่แค่แบงก์เท่านั้น แต่ล่าสุด ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ทั้งเทสโก้ โลตัส ประกาศลดค่าธรรมเนียมการชำระบิลต่างๆ เหลือ 5-10 บาท/รายการ จากเดิม 10-15 บาท/รายการ รวมทั้ง บิ๊กซีซูเปอร์สโตร์ (BIGC) ซึ่ง เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ถือหุ้น 97.94% จัดแคมเปญให้ลูกค้าสมาชิกใช้คะแนนสะสมแทนเงินสดเพื่อมาชำระค่าธรรมเนียมในการชำระค่าบริการได้ ขณะที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ซึ่งซีพี ออลล์ (CPALL) ถือหุ้น 99.99% ไม่ได้จัดโปรโมชั่นลดค่าธรรมเนียม แต่พยายามชดเชยด้วยการหาพันธมิตรทางธุรกิจและขยายช่องทางการชำระเพิ่ม

ฝ่ายวิจัย ASP มองว่า CPALL กระทบมากสุดมีรายได้ต่อธุรกรรมสูงราว 10-30 บาท/รายการ สัดส่วนรายได้และกำไรจากเคาน์เตอร์เซอร์วิสตกราวปีละ 3 ,000 ล้านบาท และ 1 ,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1% และ 5% ของรายได้และกำไรของ CPALL ส่วนอีก 2 ราย คือ BIGC ของกลุ่ม BJC และเทสโก้ฯ มีรายได้ต่อธุรกรรม 5-10 บาท/รายการ และบางรายการไม่คิดค่าธรรมเนียมอยู่แล้วจึงน่าจะกระทบน้อย แต่สัดส่วนรายได้และกำไรจากบริการชำระเงินของค้าปลีกยังค่อนข้างน้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท