
น้ำมันร่วงแตะ50ดอลลาร์
เจพีมอร์แกนคาดราคาน้ำมันร่วงแตะ 50 ดอลลาร์สิ้นปีหน้า เหตุเชลออยล์เพิ่มผลิต
เจพีมอร์แกนคาดราคาน้ำมันร่วงแตะ 50 ดอลลาร์สิ้นปีหน้า เหตุเชลออยล์เพิ่มผลิต
นายคริสเตียน มาเล็ก ประธานฝ่ายวิเคราะห์ตลาดน้ำมันและก๊าซ ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ของธนาคารเจพีมอร์แกน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มปรับลงไปอยู่ที่ราว 50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในช่วงสิ้นปี 2562 จากราคาในปัจจุบันที่ประมาณ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยมีสาเหตุหลักมาจากการผลิตเพิ่มของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานในสหรัฐ (เชลออยล์)
นอกจากนี้ นายมาเล็กอธิบายว่า บรรดาผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ทั่วโลกมีแนวโน้มขยายการผลิตอีก หลังราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาที่กว่า 60 ดอลลาร์ ตลอดช่วงที่ผ่านมา สูงกว่าราคาคุ้มทุนของบรรดาผู้ผลิตรายใหญ่ราว 50 ดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีกำไรเพิ่ม หมายความว่าจะมีเงินจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นและลงทุนเพิ่มกำลังผลิตมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญกดดันราคาน้ำมันในอนาคต
ขณะเดียวกัน ข่าวการขยายข้อตกลงลดกำลังการผลิตน้ำมันระหว่างกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ (โอเปก) และรัสเซียที่เป็นแกนนำกลุ่มนอกโอเปก จากเดิมที่ทำข้อตกลงรายปีไปเป็นข้อตกลงระยะยาว 10-20 ปี คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในระยะกลาง แต่ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าโอเปกและกลุ่มนอกโอเปกจะปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด
นายนอร์เบิร์ต รัคเกอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดสินค้าโภคภัณฑ์และเศรษฐกิจมหภาคจากบริษัทวิจัย จูเลียส แบร์ แสดงความเห็นสอดคล้องกับนายมาเล็ก โดยระบุว่าตลาดน้ำมันยังเสี่ยงเผชิญความเปราะบางในอนาคต
ทั้งนี้ ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับขึ้นมากกว่า 35% นับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2560 จากแรงหนุนของข้อตกลงลดกำลังผลิต โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ส่งมอบเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 70 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส ส่งมอบเดือน พ.ค.ปรับขึ้นแตะ 64 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา
ด้าน นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานอิสระ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงในระยะนี้มาจากปัจจัยสต๊อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบปกติ และเชื่อว่าราคาน้ำมันตลอดทั้งปีจะยังเป็นไปตามคาดการณ์ เป็นการปรับตัวในช่วงขาลงระยะสั้นเท่านั้น







