
จีดีพีไตรมาสแรก4%
ธปท.คาดไตรมาสแรกสดใส จีดีพีขยายตัว 4% ได้แรงส่งจากการลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศผลักดัน แทนภาคต่างประเทศที่เจอสงครามการค้า
ธปท.คาดไตรมาสแรกสดใส จีดีพีขยายตัว 4% ได้แรงส่งจากการลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศผลักดัน แทนภาคต่างประเทศที่เจอสงครามการค้า
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากเดือน ม.ค. ในทุกมิติ ทำให้ประเมินว่าไตรมาสแรกผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) น่าจะขยายตัวได้ประมาณ 4% และอยู่ในระดับนี้ได้ตลอดทุกไตรมาส ทำให้ทั้งปีเป็นไปตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับประมาณการจีดีพีเพิ่มเป็น 4.1% และปีหน้าก็คาดว่าสัญญาณยังดีต่อเนื่องขยายตัวได้ 4.1% เช่นกัน
ทั้งนี้ เศรษฐกิจจะได้รับแรงส่งจากเครื่องยนต์ในประเทศมากขึ้น ส่วนบทบาทของภาคต่างประเทศจะเริ่มลดลง เริ่มจากการบริโภคในประเทศที่ไตรมาส 2 น่าจะได้เห็นอานิสงส์ตามมาจากการที่รัฐใช้จ่ายงบกลางปี มีโครงการออกมาหลายโครงการช่วยขับเคลื่อน และทำให้เห็นการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนก่อสร้างที่ควรกลับมาขยายตัว
“ถ้ารัฐรักษาระดับการใช้จ่าย ทั้งรายจ่ายประจำและการลงทุนได้ดี เศรษฐกิจปีนี้ก็น่าจะโตได้ตามที่คาดไม่มีปัญหา ส่วนความเสี่ยงเศรษฐกิจสำคัญจะมาจากต่างประเทศ เช่น การค้าโลก ต้องจับตาดูหากมีสงครามการค้าคือหลายประเทศออกมาตั้งกำแพงภาษี ไม่ใช่แค่จีนและสหรัฐอเมริกาก็เป็นความเสี่ยงแต่มีโอกาสน้อยที่จะเห็น ส่วนการตั้งกำแพงภาษีของจีนและสหรัฐอเมริกามีผลกระทบการค้าต่างประเทศบ้างแต่ไม่รุนแรง อีกปัจจัยคือภูมิรัฐศาสตร์โลก แม้ความเสี่ยงนี้จะเริ่มลดลง แต่ยังตัดประเด็นทิ้งไม่ได้” นายดอน กล่าว
นายดอน กล่าวอีกว่า กนง.มั่นใจปรับการเติบโตของส่งออกทั้งปีนี้ขึ้นเป็น 7% จากเดิม 4% ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวมากกว่าการส่งออกในทุกหมวด โดยเฉพาะการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ สะท้อนว่าเดือน มี.ค. น่าจะได้เห็นการส่งออกดีขึ้นต่อ ขณะที่การนำเข้าเพื่ออุปโภคบริโภคทั้งสินค้าคงทนและกึ่งคงทน เช่น เสื้อผ้า อาหารและเครื่องดื่มก็ขยายตัว
สำหรับการบริโภคขยายตัวได้ดีทุกหมวด แต่ในส่วนของปัจจัยสนับสนุนกำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็ง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพราะราคาผลผลิตเกษตร คือ ยางพาราและปาล์มต่ำ กระทบรายได้เกษตรกรกลุ่มนี้ แต่เกษตรกรที่ปลูกข้าวยังไปได้ดีเพราะผลผลิตและราคาดี ส่วนรายได้นอกภาคเกษตรลดลงบ้าง แต่เมื่อดูในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและสูงจากยอดโอนเงินเดือนก็ไปได้ดี และคาดว่ากำลังซื้อที่ดีขึ้นช่วงที่เหลือคงจะมาจากกลุ่มนี้
อย่างไรก็ตาม การผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวในเกือบทุกหมวด สอดคล้องกับการส่งออกและการบริโภคในประเทศที่ดี การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีทั้งเทียบกับปีก่อนและเดือนก่อนหน้า หลักๆ มาจากการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ การนำเข้าสินค้าทุนของภาคเอกชน โดยยอดลงทุนภาคเอกชนที่แท้จริงโต 6.8% ถือเป็นตัวเลขที่สูง ส่วนยอดขายเครื่องจักรในประเทศและรถยนต์เชิงพาณิชย์ไปได้ดี ตัวที่ถ่วงการลงทุนภาคเอกชนมีเพียงภาคก่อสร้างที่ยังหดตัว







