
สวนสนุกอินเตอร์แอ็กทีฟ นวัตกรรมใหม่สอดรับ 4.0
เทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟเข้ามามีบทบาท สร้างการรับรู้ และสร้างการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
โดย...ภูวดล โกมลรัตนเสถียร
เทคโนโลยีอินเตอร์แอ็กทีฟเข้ามามีบทบาท สร้างการรับรู้ และสร้างการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระจายอยู่ทุกมุมเมือง ผ่านความสามารถในการตอบโต้ทั้งภาพ เสียง รวมถึงกลิ่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปจัดเปิดตัวสินค้า สร้างภาพลักษณ์ รวมถึงพัฒนาสู่สื่อการเรียนการสอน และสามารถนำนวัตกรรมดังกล่าวมาพัฒนานำมาสร้างให้เกิดเป็นสวนสนุกเกียรติยศ พานิชปรีชา ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิท สตูดิโอ ผู้นำด้านการสร้างสรรค์เทคโนโลยีสัญชาติไทย เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นการสร้างสรรค์เทคโนโลยีมาผสมผสานเข้ากับความคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดเป็น ผลงานชิ้นใหม่ในรูปแบบที่แปลกใหม่ จึงมีความคิดจัดงาน บิท.เพลย์กราวด์ (bit.playground) บนแนวคิดนวัตกรรมสวนสนุกดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย
สำหรับ บิท.เพลย์กราวด์ เกิดจากฝีมือของทีมงานที่เป็นคนไทยทั้งหมด ร่วมพัฒนาและสร้างสรรค์ จนกลายเป็นนวัตกรรมสวนสนุก ประกอบด้วย 10 ฐานกิจกรรม อาทิ โซน Dinoroar ที่ผู้เล่นสามารถออกแบบ ระบายสี ผ่านลูกบอล ไข่ไดโนเสาร์ จากนั้นเมื่อนำไปสแกน ไข่ไดโนเสาร์จะฟักออกมาด้วยลวดลายที่ได้ออกแบบ และสามารถนำมาผลิตเป็นตุ๊กตาให้กับผู้เล่นได้
นอกจากนี้ ยังมีโซน Shadow Forest การเรียนรู้แสงและเงามือ ที่สามารถขยับได้ผ่านระบบอัตโนมัติ โซน Land & Sea สร้างจินตนาการความสนุกของผืนป่าและท้องทะเล โซน 3D Grand Prix ให้ผู้เล่นปั้นรถแข่งผ่านดินน้ำมัน และสามารถนำมาสแกนเป็นรถแข่งที่ในสนามแข่งขัน และโซน Three Little Pigs รวมพลังลูกหมู 3 ตัวต่อสู้หมาป่าใจร้าย โซน Live Puppet การผลิตตุ๊กตากระดาษในรูปแบบดิจิตัล 4.0 ซึ่งผู้เล่นสามารถออกแบบชุด จากนั้นเมื่อส่งขึ้นระบบ ยืนอยู่ด้านหน้าจอ ชุดที่ออกแบบจะปรากฏบนตัวและสามารถขยับได้ทุกๆ กิจกรรมในฐานกิจกรรม บริษัทจะเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้แก่ เทคโนโลยีเออาร์ แมชีน เลิร์นนิ่ง ระบบปัญญาประดิษฐ์ ระบบสแกนนิ่ง 3 มิติ ซึ่งจะประยุกต์ให้เกิดการเล่น การแข่งขัน และการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่
"เทคโนโลยี คือ กระบวนการคิดและการสร้างโดยนำข้อมูลต่างๆ มาใช้หรือประดิษฐ์เป็นรูปแบบใหม่ๆ สร้างปฏิสัมพันธ์กับคนแบบใหม่ๆ ซึ่งสวนสนุกดิจิทัลแห่งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนสามารถเข้าถึง และอนาคตผู้คนเหล่านี้อาจเป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา" เกียรติยศ กล่าว
เบื้องต้นบริษัทจะนำผลงานบางส่วนของ บิท.เพลย์กราวด์ ไปจัดแสดงในเมืองซานฟรานซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา และเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ ก่อนที่จะจัดงานแบบเต็มรูปแบบในประเทศไทย บนพื้นที่ 530 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็ม ควอเทียร์ ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2561 ไปจนถึงเดือน ม.ค. 2562
พร้อมกันนี้ ตั้งเป้าให้สวนสนุกดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟแห่งนี้เป็น แลนด์มาร์คใหม่ใจกลางเมือง โดยมี กลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครอบครัว ทั้งผู้ปกครองและเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป กลุ่มคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยี กลุ่มคนครีเอทีฟ และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีอัตราค่าเข้างานประมาณ 400 บาท/คน ซึ่งคาดการณ์ว่าในช่วง 7 เดือนที่จัดแสดง จะมีผู้เข้างานมากกว่า 1 แสนคน แบ่งเป็นสัดส่วนคนไทย 60% และต่างชาติ 40%
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะติดตามการตอบรับของผู้บริโภคว่าประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด จากการจัดงานในครั้งนี้ ก่อนพิจารณาแผนการตลาดที่จะขยายการนำผลงานไปจัดแสดงใน หัวมุมเมืองอื่นๆ โดยมีเป้าหมายในระยะ 5 ปี จะนำผลงานของสวนสนุกดิจิทัลไปจัดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยุโรปและเอเชีย เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และจีน
เกียรติยศ กล่าวเพิ่มเติมว่า นวัตกรรมสวนสนุกดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟแห่งนี้จะเป็นแพลตฟอร์มในการสร้างช่องทางให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงตลาดกลุ่มผู้บริโภค B2C ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะเกิดรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 40 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้เฉลี่ยที่ 10 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจสื่อโฆษณาอินเตอร์แอ็คทีฟเป็นหลัก
ส่วนธุรกิจสวนสนุกดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟมีการแข่งขันที่น้อย เนื่องจากมีผู้เล่นที่พัฒนาและออกแบบเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ผลงานเพียง 2-3 รายในตลาดเมืองไทยเท่านั้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าธุรกิจสวนสนุนดิจิทัลนี้จะมีช่องทางการเติบโตจากการขายตั๋วค่าเข้าชมงาน และรายได้จากการขายของที่ระลึก ที่จะเป็นสินค้าชิ้นเดียวในโลกที่ผู้เล่นสวนสนุกออกแบบเอง โดยมองว่าธุรกิจ B2C จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง







