
สหพัฒน์ชี้การเมืองจุดเสี่ยง
สหพัฒน์หวั่นปัจจัยการเมือง ฉุดภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ประกาศลุยขายสินค้าต่อเนื่อง เชื่อสิ้นปีรายได้ 3.4 หมื่นล้าน
สหพัฒน์หวั่นปัจจัยการเมือง ฉุดภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ประกาศลุยขายสินค้าต่อเนื่อง เชื่อสิ้นปีรายได้ 3.4 หมื่นล้าน
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล เปิดเผยว่า ปัจจัยลบที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของภาคธุรกิจในปีนี้ คือ ปัญหาทางการเมือง เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวมีผล กระทบโดยตรงกับภาพรวมเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงควรปล่อยให้สถานการณ์ทางการเมืองเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ หากมีการเร่งมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 ที่จะถึงนี้ หากกำลังซื้อกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก ที่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว บริษัทคาดว่าสิ้นปี 2561 นี้ จีดีพีของประเทศไทยน่าจะมีโอกาสเติบโตได้ถึง 4%
"ค่าแรงขั้นต่ำที่จะปรับเพิ่มขึ้น ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำของทุกคนได้ปรับขึ้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในประเทศหรือแรงงานจากต่างประเทศ ซึ่งการปรับค่าแรงเพิ่มขึ้นดังกล่าวในส่วนของบริษัท ไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากจ่ายค่าแรงขั้นต่ำสูงอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็ไม่มีแผนที่จะปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น" นายบุญชัย กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจ ในปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะใช้งบ 1,000 ล้านบาท ในการลงทุนสร้างคลังสินค้า แห่งใหม่บนที่ดินประมาณ 50 ไร่ ใน อ.ศรีราชา เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต เนื่องจากคลังสินค้าแห่งเก่ามีพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าเกือบเต็ม 100%
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะ ซื้อธุรกิจใหม่ควบคู่ไปกับการจับมือกับคู่ค้าใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง เช่น การนำสินค้าภายใต้แบรนด์ วินามิลค์ (VINAMILK) แบรนด์โยเกิร์ตอันดับ 1 จากเวียดนาม การ นำแบรนด์ดอร์โก้ (DORCO) แบรนด์มีดโกนยักษ์ใหญ่จากเกาหลี และการ นำแบรนด์ริชเชส ผลิตภัณฑ์ประเภทนมเปรี้ยว โยเกิร์ต และเจลลี่ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย
นายบุญชัย กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะให้ความสำคัญคือ การเสริมความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนทางกลยุทธ์ (Strategic Partners) ด้วยการตั้งเป้าหมายการขายรายเดือนร่วมกับร้านค้า และเน้นการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทั้งช่องทาง B2B และ B2C โดย สิ้นปีนี้คาดจะมีรายได้อยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อนที่มี รายได้เพียง 3.1 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายคาดจะมีรายได้ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดรอบ 10 ปี







