
แจกทุนพัฒนาคน3.5พันล้าน สร้างอาชีพป้อนอุตสาหกรรม
ครม.ไฟเขียวงบพัฒนาคนรองรับภาคอุตสาหกรรม 3,500 ล้าน เตรียมจัดทุนเรียนทั้งในประเทศและญี่ปุ่นกว่า 3,000 ทุน
ครม.ไฟเขียวงบพัฒนาคนรองรับภาคอุตสาหกรรม 3,500 ล้าน เตรียมจัดทุนเรียนทั้งในประเทศและญี่ปุ่นกว่า 3,000 ทุน
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2561 ได้อนุมัติโครงการเพิ่มศักยภาพกำลังคนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสนับสนุนการลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรมในประเทศและภูมิภาค ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ วงเงินดำเนินการ รวม 3,500 ล้านบาท ประกอบด้วย งบประมาณจากไทย 800 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณในรูปแบบเงินกู้ยืมจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ ของญี่ปุ่น (ไจก้า) 2,700 ล้านบาท โดย มีระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น 10 ปี (2562-2571)
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการนี้จะมีไจก้าจัดทำแผนให้ โดยมีการประเมินศักยภาพสถานศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการผลิตช่างเทคนิคและนักเทคโนโลยีระดับพรีเมียม เพื่อจัดทำหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ระดับ ปวช. และ ปวส. โดยมีอุปกรณ์ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย มีทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและครู
นายณัฐพร กล่าวว่า มีการขยายผลการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนด้วยความร่วมมือกับสถานประกอบการ โดยจัดตั้งศูนย์ผลิตและพัฒนาสมรรถนะกำลังคนอาชีพศึกษาและศูนย์พัฒนาวิชาชีพ มีการปรับพื้นที่และก่อสร้างศูนย์ผลิตและพัฒนาสมรรถนะกำลังคนอาชีวศึกษา ทุนฝึกอบรมประเทศญี่ปุ่นรวม 60 คน รวมถึงทุนฝึกอบรมในประเทศไทย การพัฒนาหลักสูตรจ้างผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับกิจกรรมการผลิตและพัฒนาครูอาชีวศึกษา มีการจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ รวมถึงการเรียนการสอน หลักสูตรผลิตและพัฒนาครูอาชีวศึกษา ทั้งทุนศึกษาต่อปริญญาโท 44 ทุน และทุนฝึกอบรมในประเทศไทย การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนอี-เลิร์นนิ่ง โดยมหาวิทยาลัยเครือข่าย และการจ้างผู้เชี่ยวชาญ
นายณัฐพร กล่าวว่า สำหรับเป้าหมาย เชิงปริมาณภายใต้โครงการนี้ จะมีนักศึกษาได้รับทุนในประเทศ 3,000 ทุน ศึกษาระดับปริญญาตรีเพื่อกลับมาเป็นครู 220 ทุน และผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี รวม 480 คน
ด้านเป้าหมายเชิงคุณภาพ สถานศึกษาในโครงการเป็นสถานศึกษาต้นแบบที่มีหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่ทันสมัย มีอุปกรณ์เครื่องมือ ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ และสื่อการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การประกอบอาชีพ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตรองรับการ กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ระบบการพัฒนาครู สถาบันการศึกษา มีการเรียนรู้เป็นเครือข่ายครูที่ได้รับการพัฒนา มีความสามารถเป็นต้นแบบในการไปขยายผลต่อ และได้ช่างเทคนิคและนักเรียนที่มีความรู้ด้านวิศวกรรมรองรับการพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรมเป้าหมายต่อไป







