
ครม.ไฟเขียวยกเครื่องกม.ที่ราชพัสดุ
ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ราชพัสดุ และร่าง พ.ร.บ.ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ราชพัสดุ และร่าง พ.ร.บ.ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ราชพัสดุ พ.ศ.... เพื่อปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม คำนิยาม กำหนดข้อยกเว้นอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ใช่ที่ราชพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ให้กระทรวงการคลังมีหน้าที่ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุทั้งที่อยู่ในราชอาณาจักรและนอกราชอาณาจักร เช่น ที่ดินที่ตั้งสถานทูตในประเทศต่างๆ และการจัดหาประโยชน์ที่ไม่ถือเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และเพิ่มเติมบทกำหนดโทษในกรณีที่ บุคคลเข้าไปในที่ราชพัสดุที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย
"กฎหมายนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2518 และยังมีกฎหมายอื่นที่มีข้อกำหนดยกเว้นให้หน่วยงาน หรือองค์กรของรัฐมีอำนาจปกครอง จัดหาผลประโยชน์บนที่ราชพัสดุแทนที่จะเป็นกระทรวงการคลัง จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมาย และกำหนดว่าพื้นที่อย่างไรไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า ยังได้มีการกำหนดเพิ่มจำนวนคณะกรรมการที่ราชพัสดุอีก 3 คน และคุณสมบัติกรรมการและเพิ่มเติมเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์บนที่ราชพัสดุต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้ถูกเปลี่ยนมือโดยง่าย แต่ถ้าปรับเปลี่ยนเป็นที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ พลเมืองใช้ร่วมกันสามารถออกเป็นพระราชกฤษฎีกาได้
ทั้งนี้ สิ่งที่เน้นย้ำคือการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุให้ถือว่าไม่เป็นการร่วมลงทุนในรูปแบบพีพีพี ยกเว้นกรณีที่คณะกรรมการพีพีพี จะกำหนดกิจการแบบใดที่ไม่ถือเป็นการร่วมลงทุน ส่วนเรื่องการเช่าที่ไม่ได้มีความซับซ้อนไม่ควรต้องเข้าพีพีพี แต่ถ้ามีการเอาทรัพย์สินเข้าร่วม เช่น โครงการด้านคมนาคม หรือโครงการที่มีมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท จะต้องใช้กฎหมายพีพีพี และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ราชพัสดุก่อนด้วย
พร้อมกำหนดให้หน่วยงานที่ดูแลต้องรายงานการบำรุงรักษาให้กรมธนารักษ์ทราบทุก 2 ปี ส่วนบทลงโทษกรณีการเข้าไปยึดครอง ก่อสร้าง ทำลายให้ที่ดินเสื่อมสภาพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเนื้อที่เกิน 50 ไร่ ต้องระวางโทษไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ







