posttoday
บลจ.ฟินันซ่าลุยโปรตุเกส

บลจ.ฟินันซ่าลุยโปรตุเกส

13 ตุลาคม 2553

 

 

มั่นใจศก.ฟื้นจังหวะไปลงทุน ตั้งกองพันธบัตร1ปีจ่าย3%

โพสต์ทูเดย์ — บลจ.ฟินันซ่า ออกกองทุนพันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกส อายุ 12 เดือน ผลตอบแทน 3% ชูเรตติ้งสูงกว่าเกาหลี เศรษฐกิจฟื้น

นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟินันซ่า เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดขายกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้ต่างประเทศ 12 เดือน 1/10 ระหว่างวันที่ 1319 ต.ค.2553 มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท อายุประมาณ 12 เดือน ลงทุนตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกสไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

“นับเป็นทางเลือกใหม่แก่นักลงทุนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีประสบการณ์การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้มาแล้ว” นายธีรพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในด้านอันดับความน่าเชื่อถือ (เรตติ้ง) ระยะสั้นของรัฐบาลโปรตุเกสอยู่ในระดับสูงสุดที่ P1 โดย มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และ F1+ โดย ฟิทช์ เรทติ้งส์ ซึ่งเทียบเท่ากับอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้และอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของรัฐบาลโปรตุเกสอยู่ในระดับสูงกว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ อยู่ที่ A1 โดย มูดี้ส์ฯ และ AA โดยฟิทช์ฯ

“เรามั่นใจว่ายังไงโปรตุเกสไม่ล้มหายไป แม้เศรษฐกิจยุโรปยังมีปัญหาอยู่ แต่นักลงทุนเองก็มั่นใจมาตรการต่างๆ ของยุโรปว่าจะฟื้นเศรษฐกิจได้ เห็นได้จากค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาลประเทศในกลุ่มยูโรที่จะเข้าช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหาเพราะใช้เงินยูโรด้วยกัน อีกทั้งตั้งกองทุนพร้อมช่วยเหลือประเทศในกลุ่มยูโรที่มีปัญหาวงเงินช่วยเหลือฉุกเฉินรวม 7.5 แสนล้านยูโร มากพอรองรับวิกฤตทางการเงินได้” นายธีรพันธุ์ กล่าว

นอกจากนี้ วิกฤตที่ผ่านมาธนาคารในโปรตุเกสไม่มีปัญหาทางการเงินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เกิดฟองสบู่ อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจของโปรตุเกสจะเป็นบวกในปีนี้

นายธีรพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการเก็บภาษี 15% ของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ อาจช่วยชะลอการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินในระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อค่าเงินสหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง หลังธนาคารกลางสหรัฐจะใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพื่อกระตุ้นภาคการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น ก็ทำให้เงินไหลเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าทั้งเอเชียและไทย

สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ คาดว่าคงไม่ขึ้นดอกเบี้ยเพราะเงินเฟ้อยังไม่สูงมาก ซึ่งทุกๆ 1 บาทที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นกระทบภาคการส่งออกประมาณ 6,000 ล้านบาท ขณะที่จะมีผลต่อราคาน้ำมันประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันถูกลง ดังนั้นจึงเห็นมาตรการทางการคลังออกมาก่อน

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล