
เศรษฐกิจรอบสัปดาห์
ไทยระส่ำศึกค้าโลก
ไทยระส่ำศึกค้าโลก
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงมาตรการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐกับจีนจะทำให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นในโลก เนื่องจากจะเกิดความไม่มั่นใจด้านการค้าการลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนหันมาซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจนส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากขึ้น รวมถึงกระทบทางอ้อมต่อผู้ส่งออกของไทยด้วย
ทั้งนี้ การใช้มาตรา 301 ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 1,300 รายการ และไทยมีส่วนในห่วงโซ่การผลิตสินค้านั้นๆ เช่น ส่งวัตถุดิบหรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปให้จีนผลิตส่งออกไปสหรัฐ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ จะทำให้สินค้าไทยกระทบไปด้วย ซึ่งต้องเจรจากับสหรัฐว่าไทยไม่เกี่ยวข้องด้วย
ดอกเบี้ยไทยไม่ขยับ
ในที่สุดคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.50-1.75% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และอีก 3 ครั้งในปีหน้า และ 2 ครั้งในปี 2563
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ความชัดเจนของเฟดทำให้แรงกดดันขึ้นดอกเบี้ยในประเทศลดลง และค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อไป เนื่องจากปัญหาการเมืองในสหรัฐทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่น เงินจึงไม่ไหลออก แม้ส่วนต่างดอกเบี้ยจะมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่คาดว่าดอกเบี้ยของไทยจะปรับขึ้นก็คงต้องไปรอดูในช่วงไตรมาส 4 ว่าจะขึ้นได้หรือไม่ หากเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ขยายตัวดีเกินกรอบเป้าหมายที่ 4.6% สินเชื่อเติบโตดีดอกเบี้ยจึงจะขึ้น ขณะนี้ธนาคารใหญ่ยังมีสภาพคล่องสูง โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้คงไม่ง่าย
ไทยออยล์ลงทุนแสนล้าน
จีนรุกลงทุนก่อสร้างไทย
นายสุรเชษฐ กองชีพ นักวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทุนจีนประกาศแผนลงทุนคิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ที่ประกาศตัวเลขการลงทุนออกมา โดยเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา รวมถึงโครงการที่จะก่อสร้างในอนาคต และหากกฎหมายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) มีความชัดเจน เชื่อว่าทุนจีนจะเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น







