
‘ช้างศึก’ เป็นรองสุดกู่ ยากทะลวงแนวรับสโลวัก
ทัพช้างศึกมีโปรแกรมสำคัญลงล่าแชมป์คิงส์คัพ สมัยที่ 16
โดย ชมณัฐ
ทัพช้างศึกมีโปรแกรมสำคัญลงล่าแชมป์คิงส์คัพ สมัยที่ 16 แต่ต้องเจอของแข็งอย่างสโลวาเกีย ที่แผงหลังแข็งแกร่งและอันดับโลกต่างกันสุดกู่ในนัดชิงชนะเลิศเย็นวันนี้ (25 มี.ค.)
ไทย - สโลวาเกีย
สนามราชมังคลากีฬาสถาน
เวลา 19.30 น. (ไทยรัฐทีวี)
ทีมชาติไทยอาศัยความเด็ดขาดเฉือนชนะจุดโทษทีมชาติกาบองมาในเกมแรก 4-2 หลังยื้อผลเสมอ 0-0 ใน 90 นาที เกมนี้ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ หวังที่จะสร้างเซอร์ไพรส์พาทีมคว้าแชมป์ให้ได้แม้อันดับโลกจะห่างกันถึง 100 อันดับก็ตาม โดย “ช้างศึก” อยู่ที่ 129 ส่วนสโลวาเกียอยู่ที่ 29 ของโลก
“เกมกับกาบองเรามีโชคเล็กน้อยที่ทำให้ผ่านเข้ารอบได้ แต่โดยรวมก็ถือว่าสมควรชนะเพราะเรามีการครอบครองบอลที่ดีกว่าแม้จะไม่สามารถทำประตูได้ อย่างไรก็ตามการพบกับสโลวาเกียไม่ง่ายแน่อนหากดูจากอันดับโลกที่ต่างกันถึง 100 อันดับ ดังนั้นทีมไทยต้องยกระดับเกมให้ดีขึ้นกว่านี้และผมหวังว่าจะรักษาแชมป์ไว้ได้อีกสมัย” ราเยวัช กล่าว
กุนซือชาวเซอร์เบียยังเชื่อว่าเกมนี้เป็นแมตช์ที่ท้าทายมากที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะ “สโลวัก” คือทีมที่แข็งแกร่ง และจะเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ของทีมชาติไทย ในการต่อยอดและยกระดับทีมขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงการได้คู่แข่งอีก 3 ทีมที่มีคุณภาพสูงและมีโค้ชระดับโลกกับนักเตะฝีเท้าดีมากมายด้วยเช่นกัน
สภาพความพร้อมเกมนี้ “ช้างศึก” ต้องเช็กอาการของ มงคล ทศไกร ปีกขวาตัวหลักที่บาดเจ็บในนัดแรก แม้ว่าเจ้าตัวจะกลับมาซ้อมได้แล้วแต่ต้องลุ้นว่าจะฟิตเต็มร้อยหรือไม่ ซึ่งยังมี นูรูล ศรียานเก็ม ที่พร้อมสแตนด์บายแทน ส่วนที่เหลือสมบูรณ์พร้อม คาดว่าจะจัดทัพเดิมลงสนามในระบบ 4-3-3
ธีรศิลป์ แดงดา พร้อมด้วย ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ธีราทร บุญมาทัน คือคีย์แมนสำคัญในการลุ้นประตู โดยมี จักรพันธ์ แก้วพรม กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ คุมเกมแดนกลาง ส่วนหลังบ้านมี พรรษา เหมวิบูลย์, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ฟิลิป โรลเลอร์ และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เฝ้าเสา
“สโลวาเกียเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ผู้เล่นหลายคนเล่นอยู่ในยุโรป เป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับเราแม้จะได้เล่นในบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม ส่วนเรื่องอันดับโลกที่ห่างกันมากผมว่ามันไม่ได้ทำให้เรากลัว ในอีกแง่มันคอยกระตุ้นเราด้วยซ้ำเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่ได้ห่างกับเขาขนาดนั้น ผมว่าพอไปเล่นจริงๆ มันไม่ได้คิดถึงตัวเลขหรอก มันคิดแค่ว่านัดนี้เราเล่นต่อหน้าแฟนบอล สภาพแวดล้อมเราได้เปรียบกว่า เราต้องทำเต็มที่ ต้องมีความรู้สึกกระหายอยากชนะ” ธีรศิลป์ กล่าว
นอกจากนี้ “เจ้ามุ้ย” ยังเผยถึงการต้องปะทะกับ มาร์ติน สเคอร์เทล อดีตกองหลังลิเวอร์พูลซึ่งเป็นกัปตันทีมคู่แข่งด้วยว่า อาจจะเก่งจริง แต่ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม ดังนั้นจึงต้องดูภาพรวมทั้ง 11 คนมากกว่า
ขณะที่ สโลวาเกีย เคยบุกมาคว้าแชมป์รายการนี้ได้แล้วในการแข่งขันครั้งที่ 35 เมื่อปี 2004 โดยเกมแรกอาศัยความเด็ดขาดเฉือนชนะสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 2-1 จากการยิงคนเดียวของ อัลเบิร์ต รุสนัค ซึ่งเกมนี้ แยน โคซัค หวังที่จะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้เช่นกัน
“เราได้ศึกษาและเห็นรูปแบบการเล่นของไทยมาแล้ว เรื่องอากาศร้อนมันส่งผลต่อนักเตะแน่นอน แต่การได้พักมาราวสองวันเชื่อว่าทุกคนคงปรับตัวได้แล้ว ถึงแม้แรงกิ้งของเราจะต่างกับไทยมาก แต่การมาเล่นที่สภาวะแวดล้อมแตกต่างจากปกติ และต้องลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลเจ้าภาพที่เต็มสนาม มันเป็นงานยากของเราเหมือนกัน พวกเราจะไม่ประมาทในเกมนี้ และตั้งเป้าที่จะคว้าแชมป์ให้ได้” โคซัค กล่าว
เกมนี้ “สโลวัก” ไร้ปัญหาการจัดทัพ โดยจุดแข็งอยู่ที่คู่เซ็นเตอร์ภูผาหินอันแข็งแกร่งอย่าง มาร์ติน สเคอร์เทล และ มิลาน สคริเนียร์ จากอินเตอร์ มิลาน ในศึกกัลโช เซเรียอา อิตาลี ส่วนแนวรุกมีสตาร์ดังอย่าง โรเบิร์ต มัค, มิชาล ดูริส และ รุสนัค ที่พร้อมลงนาม







