posttoday
กันพิษสุนัขบ้า ด้วยวัคซีน

กันพิษสุนัขบ้า ด้วยวัคซีน

18 มีนาคม 2561

ความน่ากลัวของ “โรคพิษสุนัขบ้า” คือแม้จะเป็นโรคที่มีมานานกว่า 4,000 ปี

โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ความน่ากลัวของ “โรคพิษสุนัขบ้า” คือแม้จะเป็นโรคที่มีมานานกว่า 4,000 ปี แต่ยังเป็นโรคที่ไม่มียารักษา เมื่อแสดงอาการผู้ป่วยจะเสียชีวิตทุกราย ภายใน 5-11 วัน ไม่มีเวลาแม้จะร่ำลาครอบครัว เพื่อนฝูง และยังเป็นภัยใกล้ตัวที่อยู่ใกล้ชิดกับเราอย่างคาดไม่ถึง เนื่องจากมีสัตว์เลี้ยงแสนรักทั้งสุนัขและแมวเป็นพาหะสำคัญนำโรคมาสู่คนผ่านทางน้ำลาย ขณะที่สัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ไม่ว่าจะการกัด การข่วน หรือเลียแผลสด ผู้ป่วยที่ติดเชื้อจะแสดงอาการหลังถูกกัดโดยเฉลี่ยประมาณ 1-2 เดือน อาการแสดงมีทั้งแบบคลุ้มคลั่ง กลัวน้ำ-กลัวลม หรืออาการแบบอัมพาต กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง และที่น่ากลัวกว่านั้นคือ อาการเหมือนคนไข้สมองอักเสบทั่วไป

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ถูกคิดค้นสำเร็จเป็นครั้งแรกโดยหลุยส์ ปาสเตอร์ เมื่อปี 2428 และเนื่องจากมีผลแทรกซ้อนทำให้เกิดสมองอักเสบเอง ทำให้ต้องเลิกใช้และมีการพัฒนารูปแบบมาจนถึงปัจจุบัน ที่สามารถใช้ป้องกันการติดเชื้อได้เกือบเต็ม100% ถ้ามีการฉีดที่ถูกต้องและทันเวลา หากถูกสัตว์เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด-ข่วนจนมีเลือดออก

การรักษาหลังการสัมผัสโรคจะต้องมีการให้สารอิมมูโนโกลบุลินร่วมกับการให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาความเสี่ยงจากลักษณะของบาดแผล ถ้ามีเลือดออกไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดของร่างกายก็ตาม

โดยจะต้องทำการฉีดอิมมูโนโกลบุลินที่บาดแผลเพื่อฆ่าเชื้อที่บาดแผล และฉีดวัคซีนบริเวณแขน ทั้งนี้เนื่องจากการที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10-14 วันหลังการฉีด จึงจะมีภูมิคุ้มกันเพียงพอที่จะป้องกันโรคได้

ที่สำคัญคือ หลังสัตว์ถูกกัด-ข่วน-เลียบาดแผล ผู้ป่วยจะต้องล้างแผลด้วยน้ำฟอกสบู่อย่างน้อย 15 นาที เพื่อชะล้างเชื้อไวรัสที่มากับน้ำลายสัตว์ออกให้มากที่สุด

ถ้าแผลลึกให้ล้างถึงก้นแผลแต่ระวังอย่าให้แผลช้ำ จากนั้นเช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ แล้วรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อทำความสะอาดแผลซ้ำ และเพื่อดำเนินการรักษาต่อไป

หากรอนานเกินไปเชื้อไวรัสจะแบ่งตัวและเคลื่อนตัวไปอยู่ในเส้นประสาท ซึ่ง ณ จุดนี้ไม่ว่าให้อิมมูโนโกลบุลิน หรือวัคซีน ก็ช่วยรักษาไม่ได้

กันพิษสุนัขบ้า ด้วยวัคซีน

ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วจนครบอย่างน้อย 3 เข็ม จะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต เนื่องจากร่างกายจะจดจำเชื้อไวรัสได้ หากถูกกัดอีกครั้งไม่จำเป็นต้องฉีดอิมมูโนโกลบุลินที่แผลเหมือนครั้งแรก เพียงฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนก็จะปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า

ถ้าเราไม่เคยถูกหมากัดแล้วอยากฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าจะคุ้มหรือไม่?? คุ้มแน่นอน โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สัตวแพทย์ ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเชื้อไวรัส คนที่ต้องเดินทางไปเขตระบาดของโรค หรือคนเลี้ยง-จับสัตว์ที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งคนที่อยู่ในเขตที่พบโรคในสุนัขและมีสุนัขจำนวนมากในพื้นที่

การฉีดวัคซีนแบบป้องกันโรคล่วงหน้า ปัจจุบันตามแนวทางเวชปฏิบัติของกระทรวงสาธารณสุขจะทำการฉีดรวม 3 เข็มเข้ากล้ามเนื้อ ประกอบด้วย วันแรก วันที่ 7 และ 21 หลังจากเข็มแรกหรือฉีดเข้าชั้นผิวหนัง

ล่าสุดมีคำแนะนำใหม่จากองค์การอนามัยโลกที่สามารถฉีดเพียง 2 ครั้งได้ คือ วันแรก และวันที่ 7 หลังจากเข็มแรก ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางใหม่นี้เพื่อนำมาปรับใช้กับคนไทย ที่สำคัญคือทุกคนที่ฉีดวัคซีนแล้วควรมีบัตรหรือสมุดบันทึกการฉีดวัคซีนเพื่อใช้แสดงหากถูกสัตว์กัด-ข่วน-เลียแผล เพื่อให้แพทย์สามารถดำเนินการรักษาได้ถูกวิธี ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะต้องเจ็บตัวฟรี คือเริ่มต้นการรักษาใหม่แบบคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน

ถ้าเคยมีภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบป้องกันล่วงหน้าหรือหลังการสัมผัสโรค หากถูกสัตว์กัด-ข่วน-เลียบาดแผล

ต้องพิจารณาระยะเวลาตั้งแต่วันที่ได้รับวัคซีนครั้งสุดท้าย คือ หากไม่เกิน 6 เดือน จะได้รับการฉีดกระตุ้นครั้งเดียวในวันแรกที่สัมผัสโรค

แต่หากวัคซีนที่ได้รับเข็มสุดท้ายนานเกินกว่า 6 เดือน จะต้องได้รับการฉีดกระตุ้น 2 ครั้ง ในวันแรกและวันที่สามจากเข็มแรกในปี 2563

ประเทศไทยตั้งเป้าหมายจะเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในคน การป้องกันโรคในคนและควบคุมโรคในสัตว์จะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน

และที่สำคัญคือความร่วมมือของประชาชนในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสุนัขและแมวอย่างต่อเนื่องทุกปี เมื่อโรคในสัตว์ลดลงความเสี่ยงของคนที่จะติดโรคจากสัตว์ก็จะน้อยตามลงไปด้วย โรคพิษสุนัขบ้าก็จะกลายเป็นเพียงตำนานสำหรับประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง