
ไซยะบุรีหนุนด่านบ้านฮวก รับปีท่องเที่ยวลาว
ด่านบ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยาประตูการค้าที่จะเปิดเส้นทางสายใหม่เชื่อมโยงแขวงไซยะบุรี ประเทศลาว
โดย อักษรา ปิ่นนราสกุล
ด่านบ้านฮวก อ.ภูซาง จ.พะเยาประตูการค้าที่จะเปิดเส้นทางสายใหม่เชื่อมโยงแขวงไซยะบุรี ประเทศลาว กำลังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานระหว่างคณะกรรมาธิการร่วม หรือ (เจซี) ไทย-ลาว แต่สำหรับฝ่ายลาวนั้นมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง
ล่าสุด วิรุฬห์ สิทธิวงศ์นายอำเภอภูซาง เปิดเผยว่า ในการเดินทางเยือนแขวงไซยะบุรี โดย ประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.พะเยา ได้ทราบถึงแนวทางของแขวงไซยะบุรีเรื่องการเปิดด่านปางมอญ เมืองคอบ และด่านบ้านฮวก ซึ่งทางแขวงไซยะบุรี ประสงค์และสนับสนุนให้ทางฝั่งไทยเร่งเปิดด่านบ้านฮวกเช่นกัน
“ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลลาวได้ประกาศให้ปี 2018 หรือปี 2561 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวลาว ดังนั้นการเปิดด่านถาวรของทั้งสองประเทศจะเป็นช่องทางการกระตุ้นการท่องเที่ยวของลาวและของไทยไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้ในส่วนของประเทศไทยอยู่ระหว่างการรอประชุมเจซีของกระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีที่จะประกาศเปิดด่านบ้านฮวกเป็นด่านถาวรอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าใกล้เข้ามาแล้ว ทุกอย่างเป็นสัญญาณบวกในทุกระดับ” นายอำเภอภูซาง กล่าว
ด้าน โกวิท ไชยเมือง ประธานชมรมพ่อค้า อ.เชียงคำ กล่าวว่า ประเทศลาวมีความชัดเจนอย่างมาก โดยกำหนดปี 2018 ให้เป็นปีการท่องเที่ยวลาว ดังนั้นการเปิดด่านชายแดนเป็นด่านถาวร คือการทำให้มีนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศลาวไปท่องเที่ยวในประเทศได้สะดวกและเข้าได้ในหลากหลายช่องทาง เป็นประเด็นที่ทางลาวสนับสนุนให้ทางฝั่งไทยเร่งเปิดด่านบ้านฮวกเป็นด่านถาวร ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อทั้งสองประเทศ เพื่อการท่องเที่ยว การลงทุน ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองชายแดนทั้งสองประเทศได้อย่างดี
ขณะเดียวกัน ภูทรัพย์ ศุภนาถเกรียงไกร ผู้ประสานงานการขับเคลื่อนเรื่องสนามบินพาณิชย์เชียงคำ ก็บอกว่า ผู้นำท้องถิ่นในหลายพื้นที่ต่างให้ความสนใจและตอบรับสนับสนุนแผนงานโครงการดังกล่าว เนื่องจากเป็นการร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ของ จ.พะเยา และรองรับด่านบ้านฮวกที่กำลังจะเปิดเป็นด่านถาวรในเร็วๆ นี้ด้วย
“เมื่อได้ผลการประชาคมสนับสนุนครบทุกพื้นที่ จะนำเข้าหารือกับหน่วยงานของรัฐบาลส่วนกลาง เพื่อผลักดันดำเนินการศึกษาวิจัยทุกด้านที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลสนับสนุนโครงการให้เกิดความเชื่อมั่นที่เป็นรูปธรรมต่อไป ในนามของภาคท้องถิ่น ท้องที่และเอกชนจ.พะเยา” ภูทรัพย์ กล่าว







