
เปิดลงทุนสมาร์ทพาร์ก
กนอ.เดินหน้าพัฒนานิคมฯ สมาร์ทพาร์ก เล็งใช้รูปแบบการลงทุนรัฐต่อรัฐ-พีพีพี มั่นใจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในอีอีซีหลายร้อยล้าน
กนอ.เดินหน้าพัฒนานิคมฯ สมาร์ทพาร์ก เล็งใช้รูปแบบการลงทุนรัฐต่อรัฐ-พีพีพี มั่นใจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในอีอีซีหลายร้อยล้าน
นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (บอร์ด กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.อยู่ระหว่างเดินหน้าพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ก (Smart Park) ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
จ.ระยอง ให้เป็นต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมที่บริหารงานด้วยระบบดิจิทัล โดยเตรียมเชิญชวน บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น เข้าวางระบบ
ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวได้การยอมรับจากหลายๆ อุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งในเรื่องของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาธุรกิจ ทั้งในด้านเครือข่ายระบบโทรศัพท์และโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ระบบปฏิบัติการไอที ระบบการรักษาความปลอดภัย และระบบโลจิสติกส์เข้าลงทุน โดยสมาร์ทพาร์กกำหนดแล้วเสร็จปี 2564
นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า กนอ.ได้นำคณะผู้ดำเนินงานด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์กไปศึกษาเทคโนโลยีการคิดค้นนวัตกรรมรูปแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัยรวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำไปปรับใช้กับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ก รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
ทั้งนี้ ได้เข้าศึกษาข้อมูลจาก บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีนวัตกรรมที่ช่วยสร้างเมืองอัจฉริยะ โดยเฉพาะเทคโนโลยีการรู้จดใบหน้านีโอเฟซ ที่มีความถูกต้องในการตรวจสอบสูงสุดของโลก มีฟังก์ชั่นในการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้ระบบการเฝ้าระวังอาชญากรรมมีความถูกต้องและรวดเร็ว ตอบสนองสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงอย่างทันท่วงที
“การลงทุนในสมาร์ทพาร์ก กนอ.จะพิจารณารูปแบบการลงทุนว่าจะเป็นรูปแบบจีทูจี (รัฐต่อรัฐ) ผ่านความร่วมมือขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) หรือจะใช้รูปแบบลงทุนร่วมภาครัฐและเอกชน(พีพีพี)จะพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้งโดยวงเงินลงทุนหลักร้อยล้านบาท” นายวีรพงศ์ กล่าว
สำหรับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์กเป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมใหม่ตามเป้าหมายของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมอากาศยาน และจะขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ 9 สมาร์ทนั้น กนอ.ได้เริ่มศึกษาเทคโนโลยีและแนวทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ความปลอดภัยสาธารณะและการคมนาคมขนส่ง
นายวีรพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ได้ศึกษาต้นแบบการบริหารจัดการจากตลาดกลางโอตะ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งผัก ผลไม้และไม้ดอกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และมีระบบการประมูลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดตั้งโครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก(อีเอฟซี) ภายในนิคมอุตสาหกรรม สมาร์ทพาร์ก โดยผลการเข้ามาศึกษาตัวอย่างการดำเนินงานในครั้งนี้ จะนำระบบตลาดประมูลมาประยุกต์ใช้ในการซื้อขายผลไม้ในโครงการจัดตั้งระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก โดยเชื่อว่าจะช่วยให้เกษตรกรในภาคตะวันออกมีรายได้เพิ่มขึ้น







