posttoday
ททท.หนุนคู่รักจีนเที่ยวไทย

ททท.หนุนคู่รักจีนเที่ยวไทย

17 มีนาคม 2561

ททท.ดึงผู้ประกอบการด้านสุขภาพ-โรงพยาบาล-รีสอร์ท-สปา โหมทำตลาดคู่รักจีน 90 ล้านคู่ มาไทย หวังเชื่อมเมืองรองกระจายรายได้ลงชุมชน

ททท.ดึงผู้ประกอบการด้านสุขภาพ-โรงพยาบาล-รีสอร์ท-สปา โหมทำตลาดคู่รักจีน 90 ล้านคู่ มาไทย หวังเชื่อมเมืองรองกระจายรายได้ลงชุมชน            

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนทางด้านการตลาดในโครงการ ฮันนีมูนรอบ 2 ของนักท่องเที่ยวคู่สมรสชาวจีน เพื่อการมีบุตร ซึ่งเป็นความร่วมมือของกลุ่มผู้ประกอบการทั้งด้านสุขภาพ โรงพยาบาล รีสอร์ท โรงแรม  สปา นักโภชนาการ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญเพื่อสุขภาวะด้านปฏิสนธิ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีบุตรยากหรือผู้ต้องการมีบุตรคนที่ 2 เข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการด้านสุขภาพ โดยจะเน้นจับกลุ่มคู่รักที่มีรายได้สูงเป็นหลัก  

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของนักท่องเที่ยวในโครงการนี้คือคู่รักชาวจีนที่มีบุตรยาก ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ 90 ล้านคู่ โดยกลุ่มเอกชนจะทำการตลาดผ่านรายการเรียลิตี้ที่ขณะนี้เข้าถึงผู้ดูรายการประมาณ 20 ล้านคน ในส่วนนี้หากดึงเข้าร่วมโครงการได้ 9 แสน-1 ล้านคน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว เพราะจากที่มีการศึกษาแต่ละคู่มีค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์และท่องเที่ยวเฉลี่ยคู่ละ 5 แสนบาท/ทริป และมีการใช้เวลาในประเทศไทยประมาณ 1 เดือน

“ททท.กำลังมองหาแนวทางที่จะดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าไปเที่ยวในเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักออกไป และกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นมากขึ้น” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว

นายเหว่ย เซียง ยู ผู้บุกเบิกด้านทีเอ็มทีเฮลท์แคร์ นวัตกรรมที่ผนวกเทคโนโลยีด้านสุขภาพและการสื่อให้เป็นหนึ่งเดียว กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายปั้นประเทศไทยเป็นฐานใหญ่ศูนย์กลางของการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผู้มีบุตรยาก เพื่อตอบสนองนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของรัฐบาล (Fertility Wellness Tourism) โดยออกมารับกับนโยบายที่รัฐบาลจีนได้ประกาศนโยบายส่งเสริมการมีบุตรคนที่ 2 ของคนจีน เมื่อปี 2558  

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เป็นโอกาสของไทย คือ แม้ตลาดของผู้มีบุตรยากจะมีขนาดใหญ่ในจีน แต่ในจีนยังขาดคลินิกเฉพาะทาง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ก็ค่อนข้างสูง ทำให้คนจีนออกไปทำ IVF ในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งไทยเองมีความเชี่ยวชาญด้านนี้และมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับจีน มีความสมบูรณ์ทั้งด้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เมื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาผู้ประกอบจะได้ประโยชน์ทั้งโรงพยาบาล โรงแรม-รีสอร์ท ฟิตเนส สปา ร้านอาหาร ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่จะเข้ามา โดยการทำตลาดกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะทำผ่านเรียลิตี้รายการเบบี้สมาร์ท และมีการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มใหม่ที่จะมีการให้คำปรึกษาคู่รักทั้งเรื่องอาหาร การดูแลสุขภาพ และโปรแกรมการทำเด็กหลอดแก้ว

นายสุรพงศ์ อำพันวงษ์ ที่ปรึกษาสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า ไทยเป็นฮับด้านการแพทย์ในอาเซียนมานาน ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการสูงสุดที่ 2 ล้านคน/ปี มีศักยภาพที่จะรองรับโครงการนี้ กลุ่มบริการที่มีการใช้บริการมาก คือ การรักษาโรคหัวใจ หลอดเลือด กล้ามเนื้อ กระดูก มะเร็ง ส่วนที่ไม่เจ็บป่วยนิยมเข้ามาตรวจเช็กร่างกาย ซึ่งหลังจากมีโครงการนี้เชื่อว่าการให้บริการผู้มีบุตรยากจะติดอันดับ 1 ใน 5 ของบริการที่ได้รับความนิยมของต่างชาติมากที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท