
‘พาณิชย์’ เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์กระตุ้น ศก.
กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป)
กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ในหัวข้อทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2561 โดยมี สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน ซึ่งเป็นการมอบนโยบายให้ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ นำไปปฏิบัติในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 เพื่อหวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทำงาน 5 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เน้นการดูแลค่าครองชีพ ด้วยการเพิ่มรายได้และลดรายจ่ายให้กับประชาชน ซึ่งจะต้องไปดูว่ามีวิธีการอะไรบ้างที่จะนำมาใช้ อย่างกรณีผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ล่าสุดมีการประเมินว่าจะมีประชาชนกลุ่มนี้เข้ามาอบรมและประกอบอาชีพทำธุรกิจแฟรนไชส์ประมาณ 1 แสนราย เบื้องต้นธนาคารออมสินพร้อมให้กู้ทั้งหมดเฉลี่ย 2.5 หมื่นบาท/คน โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งพัฒนาจำนวนธุรกิจแฟรนไชส์ชุมชนเพิ่มจากปัจจุบันมีกว่า 100 ราย เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
2.ด้านอี-คอมเมิร์ซ เร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากการค้าออนไลน์ โดยต้องช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) มีโอกาสทำการค้าผ่าน thaitrade.com การส่งเสริมให้ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าส่งค้าปลีก ร้านค้าชุมชน และผู้ผลิตสินค้าชุมชน โอท็อป เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านทางออนไลน์
3.ด้านยุทธศาสตร์สินค้าเกษตร จะต้องเร่งจัดทำแผนการบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูก ไปจนถึงการทำตลาด โดยจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีแผนป้องกันล่วงหน้ากรณีที่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น รวมทั้งต้องมีแผนในการหาตลาดรองรับผลผลิตทั้งในและต่างประเทศที่ชัดเจน ขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรด้วยนวัตกรรม การส่งเสริมให้มีสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ให้เพิ่มมากขึ้น และการส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตรอินทรีย์และสินค้าปลอดภัยที่เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก
4.ด้านยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ จะให้ความสำคัญกับการทำแผนและกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการส่งออก โดยมุ่งส่งเสริมและผลักดันให้เอสเอ็มอีมีโอกาสในการส่งออกให้ได้มากขึ้น การเจาะตลาดเป็นรายประเทศที่ต้องเน้นการขยายเข้าสู่ตลาดเมืองรอง เพื่อสร้างโอกาสให้กับสินค้า บริการ และการลงทุนของไทย ตลอดจนการใช้ยุทธศาสตร์หุ้นส่วนเศรษฐกิจ (Strategic Partnership) ในการขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับประเทศคู่ค้าที่เป็นเป้าหมาย
และ 5.การทำจัดบิ๊กดาต้า และ Smart Ministry จะต้องจัดทำฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจการค้าให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และต้องตอบโจทย์ในการทำการค้าได้ทั้งหมด เพื่อให้ภาคเอกชนและผู้ที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ ซึ่ง Smart Ministry จะเป็นส่วนของการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ไปสู่ดิจิทัล ซึ่งจะมีการปฏิรูปการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้มากขึ้น โดยแต่ละกรมในสังกัดกระทรวงพาณิชย์จะต้องไปพิจารณามาว่ามีแผนการทำงานอย่างไร
“ช่วงต้นปีพบว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี และเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเศรษฐกิจฐานรากแล้ว ทั้งภาคการบริโภคผู้มีรายได้น้อย รายได้ร้านโชห่วยและธุรกิจชุมชนมีรายได้เพิ่ม เป็นต้น ขณะเดียวกันยังพบว่าสินค้าเกษตรอย่างข้าว ข้าวโพด และมันสำปะหลัง ราคาดีมาก อย่างมันสำปะหลัง 3-3.20 บาท/กก. จากเดิมราคาเพียง 2 บาท/กก. จนเกษตรกรกลุ่มนี้มีรายได้เพิ่ม ดังนั้นจะเข้าผลักดันราคาสินค้าเกษตรตัวอื่นต่อไปในช่วงที่เหลือของปี” สนธิรัตน์ กล่าว







