posttoday
ฟินันซ่าตั้งกองทุนลุยตราสารหนี้โปรตุเกส

ฟินันซ่าตั้งกองทุนลุยตราสารหนี้โปรตุเกส

12 ตุลาคม 2553

บลจ.ฟินันซ่า เปิดตัวกองทุน  "กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้ต่างประเทศ 12เดือน1/10" (FAM FFI12M1/10) ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกส อายุประมาณ 12 เดือน โดยจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และคาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 3.00% ต่อปี

บลจ.ฟินันซ่า เปิดตัวกองทุน  "กองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้ต่างประเทศ 12เดือน1/10" (FAM FFI12M1/10) ซึ่งมีนโยบายเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลังหรือพันธบัตรรัฐบาลโปรตุเกส อายุประมาณ 12 เดือน โดยจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และคาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนที่ประมาณ 3.00% ต่อปี

นายธีรพันธุ์  จิตตาลาน  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร  บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟินันซ่า เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดจำหน่ายกองทุน FAM FFI12M1/10 ระหว่างวันที่ 13-19 ต.ค.53 มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท อายุประมาณ 12 เดือน  กมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ที่เสนอขายในประเทศโปรตุเกส ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

จุดเด่นที่สำคัญของกองทุนนี้ ได้แก่ การนำเสนอทางเลือกด้านการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยนับเป็นทางเลือกใหม่แก่นักลงทุนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีประสบการณ์การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้มาแล้ว ทั้งนี้ อันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นของรัฐบาลโปรตุเกสอยู่ในระดับสูงสุด (P-1 โดย Moody’s และ F1+ โดย Fitch) ซึ่งเทียบเท่ากับอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ และอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของรัฐบาลโปรตุเกสอยู่ในระดับสูงกว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ (A1 โดย Moody’s และ AA- โดย Fitch)

ปัจจัยที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนคือ ท่าทีที่ชัดเจนของรัฐบาลประเทศในกลุ่มยูโรที่จะเข้าช่วยเหลือประเทศที่มีปัญหา  เนื่องจากการคงอยู่ของสกุลเงินยูโรเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับประเทศในกลุ่มยูโร โดยเฉพาะเยอรมันนี และฝรั่งเศส  โดยรัฐบาลของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปได้ก่อตั้งองค์กรการเงินที่เรียกว่า The European Financial Stability Facility (EFSF ) ในเดือน มิ.ย. 53 เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับสมาชิกที่มีปัญหา และยังมีกองทุนที่เรียกว่า The European Financial Stabilisation Mechanism (EFSM) รวมทั้งเงินเพิ่มเติมจาก IMF ด้วย รวมแล้วถ้าสมาชิกในกลุ่มยูโรปมีปัญหาด้านเงินทุนจะมีวงเงินช่วยเหลือฉุกเฉินรวมทั้งสิ้น 750 พันล้านยูโร ซึ่งมากเพียงพอที่จะรองรับต่อวิกฤติทางการเงินได้  โดยวงเงินดังกล่าวยังไม่เคยได้มีการเบิกใช้จากประเทศสมาชิกนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง 

อีกทั้ง การทำ Stress Test สำหรับกลุ่มธนาคารของประเทศในภูมิภาคยุโรป เป็นเครื่องยืนยันถึงความเหมาะสมของโครงสร้างเงินทุนของธนาคารในโปรตุเกส  แม้กระทั่งภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด พบว่าไม่มีธนาคารใดในโปรตุเกสที่ต้องทำการปรับปรุงโครงสร้างเงินทุน (Recapitalization) เลย ทั้งนี้ ธุรกิจการเงินและการธนาคารของโปรตุเกสไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตซับไพร์มอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่มีปัญหาในจำนวนจำกัดและไม่มีภาวะฟองสบู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินสามารถให้การสนับสนุนธุรกิจต่างๆ ในประเทศโปรตุเกสได้อย่างต่อเนื่อง

มาตรการทางด้านงบประมาณภาครัฐที่สำคัญในปี 2554 ได้แก่ ความพยายามของรัฐบาลโปรตุเกสในการดำรงความสมดุลของบัญชีงบประมาณโดยการดำเนินนโยบายรัดเข็มขัด ลดค่าลดหย่อนด้านภาษี และเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากลของประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดหาเงินทุนของประเทศและการดำเนินนโยบายทางด้านสังคมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ Ministry of Finance and Public Administration คาดการณ์ว่า GDP ของโปรตุเกสจะเป็นบวกในปี 2010 นี้

ผู้สนใจกองทุน FAM FFI12M1/10 สามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท ราคา 10 บาทต่อหน่วยลงทุน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน