บวชแล้วได้อะไร
สามเณรภูผา ศรีเฉลิม สามเณรจากด้ามขวานไทย
โดย พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา
สามเณรภูผา ศรีเฉลิม สามเณรจากด้ามขวานไทย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โยมพ่อโยมแม่นำพาเข้าวัดทำบุญตั้งแต่เด็ก เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษา จึงเข้ารับบรรพชาในโครงการสามเณรภาคฤดูร้อน แต่เดิมเป็นเด็กแสบสอบได้ที่ 3 แต่ต้องนับจากอันดับสุดท้ายของห้อง เป็นเด็กแว้นตั้งแต่ ป.4 แต่ชอบเข้าวัดตามพ่อแม่ แต่ในใจไม่มีศรัทธาสักเท่าไร เมื่อได้ชมกิจวัตรของสามเณรสำนักเรียนวัดยานนาวาจากสถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ (WBTV) วัดยานนาวา เกิดความเลื่อมใสอยากบวชเป็นสามเณรเพื่อศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษา โยมพ่อโยมแม่สาธุโมทนาปลื้มใจยิ่ง
โยมพ่อพาขึ้นรถไฟสายหาดใหญ่-กรุงเทพฯ เพื่อมาบวชเรียนในสำนักวัดยานนาวา แต่เมื่อมาถึงวัดยานนาวา ค่ำคืนแรกนอนจำวัดกับคราบน้ำตาเพราะคิดถึงโยมแม่ ในใจก็คิดถึงแต่บ้าน ไม่น่าบวชเลย เช้ามาตื่นบิณฑบาตได้ข้าวหมูแดงจากโยมสุชาดา และแกง
เขียวหวานจากบ้านโยมนา แต่กลับมาวัดช้อนฉันข้าวสักคันก็ไม่มี นั่งมองบาตรร้องไห้คิดถึงแต่โยมแม่ แต่ด้วยความอดทน อดกลั้น เรียนรู้ตามคำสอนของพระอาจารย์ที่ว่า การบวชนั้นได้ 9 อย่าง เพื่อชีวิตก้าวหน้า คือ 1.ได้ฝึกหัดดัดตน 2.ได้อดทนอดกลั้น 3.ได้ยึดมั่นกตัญญู 4.ได้เรียนรู้วิถีพุทธ 5.ได้สร้างสันติสุขในใจ 6.ได้ห่างไกลอบายมุข 7.ได้เติมสุขให้พ่อแม่ 8.ได้ปรับแก้พฤติกรรม 9.ได้น้อมนำศาสตร์พระราชา
พระอาจารย์เล่าให้ฟังถึงชีวิตสามเณรดังในสมัยพุทธกาลว่า มีสามเณรน้อยองค์หนึ่งชื่อติสสะ อายุ 7 ขวบ มาบวชเพื่อศึกษาเล่าเรียน และปฏิบัติธรรมอยู่ในสำนักพระสารีบุตรเถระ อัครสาวกของพระพุทธเจ้า เป็นระยะเวลา 1 ปี สามเณรท่านนี้ได้รับการพยากรณ์จาก
พระสารีบุตรว่า “ชะตาถึงฆาต” จะต้องมรณภาพภายใน 7 วัน ขอให้ปลงอายุสังขารเสีย พอสามเณรได้ฟังดังนั้น ในฐานะนักปฏิบัติธรรม ท่านก็มิได้สะทกสะท้าน หรืออาลัยในชีวิตแต่อย่างใด ไหนๆ ก็จะละสังขารแล้วก็ใคร่จะขออำลาพระอาจารย์ไปโปรดโยมบิดามารดาสัก 3 วัน เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก็ออกเดินทางกะว่าจะใช้เวลาไปกลับให้ทันก่อนกำหนด เพื่อฟังธรรมจากพระสารีบุตรเป็นครั้งสุดท้าย
ในระหว่างการเดินทาง เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเป็นหน้าแล้งน้ำในลำธารห้วยหนองเหือดแห้ง สามเณรได้เห็นปลาน้อยจำนวนหนึ่งดิ้นกระแด่วๆ ใกล้จะถึงเวลาตายอยู่ในบ่อน้ำที่กำลังแห้งเหือด ด้วยจิตที่เป็นเมตตา ท่านได้นำจีวรช้อนตักปลาฝูงนั้นไปปล่อยในแม่น้ำสายใหญ่ แล้วจึงเดินทางต่อไป หลังจากโปรดโยมบิดามารดา และเดินทางกลับมายังสำนักแล้ว พอครบกำหนดตามที่พระสารีบุตรพยากรณ์เอาไว้ ก็เข้าไปกราบลาเพื่อขอฟังธรรมก่อนละสังขาร แต่พระสารีบุตรกลับไม่แสดงธรรมโปรด และได้กล่าวกับสามเณรว่า “กรรมดีที่เณรได้ช่วยชีวิตฝูงปลาซึ่งบังเอิญเป็นเจ้ากรรมของเณรแต่อดีตชาติ ประกอบกับบุญกุศลที่เณรได้ทำไว้ด้วยการถือเพศบรรพชิตในปัจจุบัน ทำให้เจ้ากรรมนายเวรเกิดความปีติ
ทั้งสองฝ่ายได้ยินยอมให้กรรมหนักถึงตายของเณรหลุดพ้นด้วยการอโหสิกรรมต่อกัน เณรได้พ้นกรรมบัดนี้แล้ว ดวงชะตานั้นเปลี่ยนได้ด้วยกรรมใหม่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นทาน ศีล การสวดมนต์เจริญภาวนา ดังคำสอนของพระที่ว่า “อดทนถึงที่ได้ดีทุกคน อดทนไม่ถึงที่ไม่ดีสักคน”
ปัจจุบันสามเณรภูผา ศรีเฉลิม ศึกษาทางธรรมสำเร็จนักธรรมชั้นเอก และสายสามัญสำเร็จมัธยมศึกษาตอนต้น กำลังศึกษาพระบาลีชั้นประโยค 1-2 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 สำนักเรียนวัดยานนาวา


