posttoday
เร่งขจัดโกงเงินคนจน

เร่งขจัดโกงเงินคนจน

11 มีนาคม 2561

กรณีการทุจริตอย่างกว้างขวางของโครงการช่วยเหลือคนจน เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย

กรณีการทุจริตอย่างกว้างขวางของโครงการช่วยเหลือคนจน เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย ผู้ยากไร้และผู้ติดเชื้อเอดส์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ลงไปขยายผลตรวจสอบ พบความไม่ชอบมาพากลเข้าข่ายการทุจริตแล้ว 24 จังหวัด และมีแนวโน้มจะพบการทุจริตขึ้นเรื่อยๆ นั้นนับเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจยิ่งนัก และน่าจะเป็นจุดด่างของสังคมไทยที่ต้องบันทึกไว้ว่ามีการโกงเงินคนจนกันครั้งมโหฬาร

พฤติกรรมการทุจริตดังกล่าวถือว่าแยบยลมีการคิดกันเป็นกระบวนการทุจริตที่เป็นขั้นเป็นตอน ร่วมมือกันไปหารายชื่อที่มีทั้งจริงและไม่จริง เพื่อนำมาบรรจุอยู่ในบัญชีผู้ยากไร้และคนไร้ที่พึ่ง บางพื้นที่มีการนำรายชื่อข้าราชการในบางหน่วยงานไปสมอ้างว่าเป็นผู้ยากไร้เพื่อรับเงิน รวมถึงนำชื่อภรรยาผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนันมาเบิกงบอีกด้วย

ทั้งนี้ หาก น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) ไม่ออกมาเปิดโปงเรื่องราวการโกงเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ในขณะที่กำลังฝึกงานในตำแหน่งพัฒนาชุมชนอยู่นั้น ก็ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตคนยากไร้เหล่านั้นจะล้มหายตายจากไปกี่ราย ขบวนการทุจริตจะอิ่มหมีพีมันกันขนาดไหน ซึ่งต้องขอยื่นชมยกย่องความดีของ น.ส.ปณิดา ที่ไม่ยอมก้มหัวให้กับขบวนการโกงครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม การทุจริตเงินของคนจน ผู้ยากไร้ ซึ่งเป็นผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคมที่เฝ้ารอคอยเงินดังกล่าวเพื่อต่อลมหายใจหล่อเลี้ยงชีวิตในครั้งนี้นั้นสะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการทุจริตคอร์รัปชั่นยังรุนแรงอยู่มากในสังคมไทย แม้รัฐบาล คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่น ให้หมดไปจากประเทศไทย แต่ข่าวคราวการทุจริตยังหาลดลงไม่ ซึ่งถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล คสช.ในการปราบปรามการทุจริตอย่างสิ้นเชิง

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้มีคำสั่งย้าย นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และนายณรงค์ คงคำ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งดูประหนึ่งว่าเป็นผลงานของรัฐบาลที่เข้ามาจัดการกับขบวนการทุจริตให้สิ้นซาก แต่ในความเป็นจริงโครงการนี้เกิดขึ้นในรัฐบาล คสช. และมีการทุจริตกันในรัฐบาล คสช. ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ควรจะต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการจัดการกับขบวนการทุจริตให้มากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปในอนาคต

ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเรียกหาใบเสร็จอยู่เช่นเดิม ไม่ต่างรัฐบาลที่ผ่านมาในอดีต เมื่อมีการกล่าวหาเรื่องทุจริตกลับอ้างต้องรอผลสอบ เป็นเรื่องของหน่วยงาน โดยเฉพาะเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเรียกร้องให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็น รมว.พัฒนาสังคมฯ ในขณะนั้นพิจารณาตัวเองด้วยการลาออก พล.อ.ประยุทธ์ กลับบอกว่า มันยังไม่ใช่เวลาในตอนนี้ก็รอให้มีการสอบสวนก่อน แล้วใครรับผิดชอบตรงไหนก็ว่ากันมา

เท่านั้นยังไม่พอ พล.อ.ประยุทธ์ พูดอีกว่า ถ้าทั้งหมดถ้าคิดกันแบบนี้ นายกฯ ก็ต้องรับทุกเรื่อง จนกระทั่งถึงเสมียนข้างล่าง นายกฯ ต้องรับผิดชอบหมด จริงอยู่ในสายการบังคับบัญชา ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบทางกฎหมาย มันก็มีระดับของมันลงไป ดังนั้นต้องไปดูด้วย

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังกล่าว จึงยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นเท่าที่ควร ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงภาวะการเป็นผู้นำที่เอาจริงเอาจังกับการปราบทุจริตคอร์รัปชั่น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งจัดการเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็ว นำคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อขจัดการทุจริตให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท