
"สนธิรัตน์"สั่ง"พาณิชย์"ศึกษาข้อตกลงCPTPP
“สนธิรัตน์” สั่ง “พาณิชย์” ศึกษาข้อตกลง CPTPP ก่อนหารือทุกภาคส่วนกำหนดท่าทีไทยเข้าร่วม หลัง 11 ชาติ ไม่รอสหรัฐลงนามความตกลง คาดมีผลบังคับใช้ในปี 61
“สนธิรัตน์” สั่ง “พาณิชย์” ศึกษาข้อตกลง CPTPP ก่อนหารือทุกภาคส่วนกำหนดท่าทีไทยเข้าร่วม หลัง 11 ชาติ ไม่รอสหรัฐลงนามความตกลง คาดมีผลบังคับใช้ในปี 61
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศดำเนินทำการศึกษาและติดตามการบังคับใช้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) หรือ TPP เดิม ซึ่งมีสมาชิก 11 ประเทศ เว้นสหรัฐที่ได้ถอนตัวออกไปเมื่อปี 2560 เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นการเปิดเสรีการค้าขนาดใหญ่ครอบคลุมการค้าสินค้า บริการ การลงทุน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) การแข่งขันทางการค้า และรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น จึงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด และหารือรับฟังความเห็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอความเห็น เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมของไทยในเรื่องความตกลง CPTPP ต่อไป
“ประเทศต่างๆได้แสดงความสนใจจะเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP เพิ่มเติม โดย CPTPP มิได้กำหนดเงื่อนไขในการรับสมาชิกใหม่ว่าจะต้องมีที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเหมือนที่ TPP เคยกำหนดเอาไว้ และแม้สหรัฐจะถอนตัวไปเมื่อปี 2560 แต่ก็อาจพิจารณากลับเข้าร่วม CPTPP ได้อีก หากสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงที่เป็นประโยชน์กับสหรัฐ มากกว่าที่เคยตกลงใน TPP เดิม”นายสนธิรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ ความคืบหน้าข้อตกลง CPTPP โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค. 2561 ประเทศสมาชิก 11 ชาติ ประกอบด้วยออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู เม็กซิโก ญี่ปุ่น บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ได้ร่วมกันลงนามความตกลง CPTPP แล้ว ที่ประเทศชิลี โดยสมาชิก CPTPP จะเริ่มดำเนินกระบวนการภายในประเทศตามเงื่อนไขของความตกลงฯ ที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้ใน 60 วัน ภายหลังจากที่สมาชิกอย่างน้อย 6 ประเทศ หรือเกินกว่า 50% ของจำนวนสมาชิกยื่นสัตยาบันให้การรับรอง CPTPP คาดว่าสมาชิกน่าจะเร่งผลักดันให้ CPTPP มีผลบังคับใช้ได้ภายในปี 2561
ขณะที่สาระสำคัญของความตกลง CPTPP ได้นำเอารายละเอียดของความตกลง TPP เดิมมาใช้บังคับ แต่ชะลอการบังคับใช้ในบางประเด็นที่สำคัญ เช่น การขยายระยะเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรอันเกิดจากความล่าช้าอย่างไม่สมเหตุสมผลของหน่วยงานขึ้นทะเบียน การคุ้มครองข้อมูลทดสอบยา การขยายระยะเวลาการคุ้มครองลิขสิทธิ์ (จาก 50 ปี เป็น 70 ปี) และการให้นักลงทุนฟ้องรัฐภายใต้สัญญาการลงทุนที่ทำระหว่างรัฐกับเอกชน เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่สหรัฐผลักดันให้มีการบัญญัติไว้ในความตกลง TPP เดิม
สำหรับขนาดเศรษฐกิจรวมของ 11 ประเทศ ที่ตกลงความร่วมมือ CPTPP ในปี 2560 มีจีดีพีรวมมูลค่า 10.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 13.5% ของจีดีพีโลก มีประชากรรวม 495 ล้านคน หรือ 6.8% ของประชากรโลก โดยในปี 2560 การค้าระหว่างไทยกับสมาชิก CPTPP มีมูลค่า 1.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 29.3% ของการค้ารวมของไทย โดยไทยส่งออกไป CPTPP มูลค่า 7.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 29.7% ของการส่งออกไทยไปโลก และไทยนำเข้าจาก CPTPP มูลค่า 6.43 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 28.9% ของการนำเข้าไทยจากโลก โดยไทยได้เปรียบดุลการค้ากับ CPTPP มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ







