
เป้าหมายเศรษฐกิจจีนปี 2561
โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยทางการจีนได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2561 ที่ร้อยละ 6.5 สอดคล้องกับมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่คาดว่า เศรษฐกิจจีนปี 2561 น่าจะเติบโตชะลอลงในช่วงร้อยละ 6.4 ถึงร้อยละ 6.7 หลักๆ จากแรงส่งจากการส่งออกที่แผ่วลง
โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ทางการจีนได้ตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2561 ที่ร้อยละ 6.5 สอดคล้องกับมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่คาดว่า เศรษฐกิจจีนปี 2561 น่าจะเติบโตชะลอลงในช่วงร้อยละ 6.4 ถึงร้อยละ 6.7 หลักๆ จากแรงส่งจากการส่งออกที่แผ่วลง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ท่าทีเชิงนโยบายของทางการจีนในปีนี้ยังคงให้น้ำหนักกับการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ขณะที่ยังจะเห็นความต่อเนื่องของมาตรการควบคุมการขยายตัวของสินเชื่อต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ต้องจับตาบรรยากาศการค้าโลกที่ตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงหลักของเศรษฐกิจจีนนับจากนี้ และอาจทำให้จังหวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนกลับมาเป็นประเด็นกังวลอีกครั้ง
การประชุมประจำปีของสภาประชาชนแห่งชาติจีน (National People's Congress : GDP) ที่เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2561 เป็นที่จับตาเป็นพิเศษ โดยนอกเหนือจากการผลักดันวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกข้อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีที่ปัจจุบันกำหนดให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย อันถือเป็นจิ๊กซอว์ทางการเมืองตัวสุดท้ายในการเปิดทางให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง คงอำนาจทางการเมืองได้อย่างยาวนานแล้ว การประชุมประจำปีของสภาประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในสมัยที่สองของการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ซึ่งมีอำนาจที่รวมศูนย์มากขึ้นและเกิดขึ้นพร้อมๆ กับความเข้มข้นของการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ อันเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่จีนต้องเผชิญในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ เนื้อหาการอภิปรายในการประชุมสภาประชาชนตลอดระยะเวลา 15 วัน หลังจากนี้คงส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศของจีนในระยะข้างหน้า ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และความจำเป็นในการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ต้องการความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ทางการจีนตั้งเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงในปี 2561 จับตาความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีน้ำหนักมาก และอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจในระยะยาว
ในวันแรกของการประชุมประจำปีสภาประชาชนได้มีการเปิดเผยเบื้องต้นถึงเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ทางการจีนตั้งไว้ ซึ่งถือเป็นมาตรวัดทิศทางเชิงนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมที่สุด หากพิจารณาเป้าหมายทางเศรษฐกิจประจำปี 2561 ดังกล่าวจะเห็นถึงความต่อเนื่องของการให้ความสำคัญต่อคุณภาพการเติบโตมากกว่าการเติบโตในเชิงปริมาณ เห็นได้จากเป้าหมายอัตราการขยายตัวของ GDP ปี 2561 ที่ยังคงตั้งไว้ที่ร้อยละ 6.5 เท่ากับปีก่อนหน้า
แม้ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2560 สามารถเติบโตได้ถึงร้อยละ 6.9 สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดและนับเป็นการเติบโตแบบเร่งขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีก็ตาม ประกอบกับเป้าหมายเครื่องมือเชิงนโยบายเศรษฐกิจมหภาคหลักๆ ก็ล้วนแล้วแต่บ่งชี้ไปในทิศทางที่มุ่งประคองโมเมนตัมทางเศรษฐกิจมากกว่ามุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตแบบร้อนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายด้านปริมาณเงินที่ทางการระบุให้ขยายตัวเพียงเล็กน้อย สะท้อนข้อจำกัดและความเปราะบางเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนอันเกิดจากหนี้ภาคธุรกิจที่สูงกว่า 1.5 เท่า ของ GDP รวมถึงหนี้ภาคครัวเรือนที่มีพลวัตการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองปีหลัง ขณะที่เป้าหมายการขาดดุลการคลังแม้จะยังคงอยู่ที่ (ติดลบ) 2.4 ล้านล้านหยวน ทว่า เมื่อเทียบเป็นร้อยละต่อ GDP แล้ว ก็บ่งชี้ถึงทิศทางนโยบายการคลังที่ตึงตัวขึ้นเช่นเดียวกัน
เป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนดังกล่าวอยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ และสอดคล้องกับมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2561 น่าจะกลับคืนเข้าสู่กรอบแนวโน้มชะลอตัวและคงเติบโตได้ราวร้อยละ 6.6 (ช่วงประมาณการร้อยละ 6.4 ถึงร้อยละ 6.7) หลักๆ จากการส่งออก (ในรูปของสกุลดอลลาร์สหรัฐ) ที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญที่ร้อยละ 5.0 เทียบกับร้อยละ 7.9 ในปี 2560 ทั้งจากฐานที่สูง แรงส่งจากวัฏจักรอุปสงค์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกที่เริ่มอ่อนแรงลง และมาตรการการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ขณะที่การลงทุนภายในประเทศก็คงชะลอลงอย่างต่อเนื่องจาก ปีที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ พัฒนาการทางเศรษฐกิจของจีนล่าสุดยังให้สัญญาณถึงทิศทางที่อ่อนลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวมสะท้อนจาก PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในเดือน ก.พ. 2561 และแม้ว่าการส่งออกในเดือน ม.ค. 2561 ยังคงเติบโตเร่งขึ้นที่ร้อยละ 11.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ก็คงเป็นผลหลักๆ จากฐานที่ต่ำเนื่องจากเทศกาลตรุษจีนในปีก่อนหน้า และการเติบโตดังกล่าวไม่น่าจะยั่งยืนต่อเนื่องมายังเดือน ก.พ. สอดคล้องกับประมาณการการส่งออกที่ชะลอลงตามที่ได้กล่าวข้างต้น
ด้วยเศรษฐกิจจีนที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ประกอบกับแนวโน้มการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ในปี 2561 นี้ ทางการจีนน่าจะยังคงให้น้ำหนักความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เพื่อรักษาบรรยากาศการใช้จ่ายและการจ้างงานภายในประเทศ ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตได้ตามเป้าหมาย ทางการจีนคงเดินหน้าผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจและการจัดการด้านอุปทานส่วนเกิน นอกเหนือไปจากความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐในการควบคุมการขยายตัวของสินเชื่อ เพื่อจำกัดความเสี่ยงอันเกิดจากหนี้ภาคธุรกิจและหนี้ครัวเรือนไม่ให้ลุกลามจนส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินภายในประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่มปริมาณเงินเพียงเล็กน้อยในปีนี้
ขณะที่การจัดสรรทรัพยากรในการลงทุนหลังจากนี้ คงมุ่งให้แก่ภาคธุรกิจแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับนโยบาย Made in China อันจะเป็นอุตสาหกรรมที่ภาคเอกชนมีบทบาทมากขึ้น อันจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ขาดความสามารถทางการแข่งขันและมีอุปทานส่วนเกิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของรัฐวิสาหกิจทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ทยอยลดบทบาทและความสำคัญลงในระยะยาว
อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องติดตามพัฒนาการของระบอบการค้าโลกที่เริ่มทวีน้ำหนักความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากที่สหรัฐเริ่มใช้มาตรการ Safeguard โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นกับสินค้าหลายๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นแผงพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ และล่าสุดผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งออกสินค้าเหล่านี้ของจีนไปยังสหรัฐโดยตรงยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลกให้มีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นความเสี่ยงหลักต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในระยะปานกลาง โดยท่าทีเชิงนโยบายของจีนที่มีต่อประเด็นดังกล่าวคงชัดเจนขึ้นหลังเสร็จสิ้นการประชุมประจำปีสภาประชาชนในครั้งนี้ และคาดว่าคงออกมาในลักษณะประนีประนอมและนำไปสู่การหารืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงที่จะทำให้ปัญหาลุกลามและบานปลาย n







