posttoday
การปฏิรูปตำรวจและการสอบสวน

การปฏิรูปตำรวจและการสอบสวน

07 มีนาคม 2561

โคทม อารียารัฐบาลได้แยกการปฏิรูปตำรวจและการปฏิรูปการสอบสวนออกจากกัน ในส่วนของการปฏิรูปตำรวจดูเหมือนว่าจะแยกย่อยเป็นประเด็นที่สำคัญ 3 ประเด็นคือ การปฏิรูปโครงสร้างขององค์กร การปฏิรูปการบริหารงานบุคคล (เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในองค์กร) และการถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่น (เพื่อให้ตำรวจมุ่งเน้นเฉพาะภารกิจการปราบปรามอาชญากรรม) ในส่วนของการปฏิรูปการสอบสวน ดูเหมือนว่าจะแยกย่อยเป็นประเด็นสำคัญ 2 ประเด็นคือ การตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ และการสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในการสอบสวนคดีอาญา รวมทั้งกำหนดให้การสอบสวนต้องใช้ประโยชน์จากนิติวิทยาศาสตร์

โคทม อารียา

รัฐบาลได้แยกการปฏิรูปตำรวจและการปฏิรูปการสอบสวนออกจากกัน ในส่วนของการปฏิรูปตำรวจดูเหมือนว่าจะแยกย่อยเป็นประเด็นที่สำคัญ 3 ประเด็นคือ การปฏิรูปโครงสร้างขององค์กร การปฏิรูปการบริหารงานบุคคล (เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในองค์กร) และการถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่น (เพื่อให้ตำรวจมุ่งเน้นเฉพาะภารกิจการปราบปรามอาชญากรรม) ในส่วนของการปฏิรูปการสอบสวน ดูเหมือนว่าจะแยกย่อยเป็นประเด็นสำคัญ 2 ประเด็นคือ การตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ และการสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการในการสอบสวนคดีอาญา รวมทั้งกำหนดให้การสอบสวนต้องใช้ประโยชน์จากนิติวิทยาศาสตร์

โครงสร้างใหม่ขององค์กรตำรวจ ดูเหมือนจะเน้นการกระจายอำนาจ โดยให้กองบัญชาการตำรวจที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เช่น กองบัญชาการตำรวจนครบาลหรือ บช.น. ซึ่งรวมถึงกองบังคับการตำรวจนครบาล ภาค 1-9 กองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน และจเรตำรวจ เป็นกองบัญชาการที่ได้รับการ กระจายอำนาจแบบบูรณาการ ซึ่งรวมถึงเรื่องการของบประมาณ และการเจริญเติบโตตามสายงานในหน้าที่

การบริหารงานบุคคลนอกจากจะกระจายตามโครงสร้างใหม่แล้ว ยังพยายามลดบทบาทของฝ่ายการเมืองดังนี้ ให้คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมีหน้าที่เฉพาะการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ และให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นองค์กรกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล และตรวจสอบการใช้อำนาจ รวมถึงการคัดเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ทั้งนี้เพื่อลดภาพตำรวจรับใช้ฝ่ายการเมือง หันมารับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งปรับหลักเกณฑ์แต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในระดับต่างๆ ใหม่ จากระบบสัดส่วน เป็นการประเมินผลที่เป็นรูปธรรม โปร่งใสชี้แจงได้ ลดปัญหาการซื้อขายตำแหน่งที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

ในเรื่องการถ่ายโอนภารกิจของตำรวจนั้น ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณา แต่ดูเหมือนว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติจะมีความเห็นให้มีการปฏิรูปดังนี้

1) โอนภารกิจของตำรวจทางหลวง และตำรวจรถไฟ ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรและขนส่ง ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกระทรวงคมนาคม แล้วแต่กรณี ส่วนภารกิจการตรวจตรารักษาความปลอดภัยบนถนนหลวง ให้เป็นอำนาจของตำรวจท้องที่ ซึ่งปัจจุบันตำรวจ ท้องที่ปฏิบัติภารกิจนี้ร่วมอยู่ด้วยแล้ว ส่วนงานตำรวจจราจร ไม่แน่ชัดว่าตำรวจยังจะคงภารกิจนี้ไว้มากน้อยเพียงใดหรือควรจะโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่

2) ยกเลิกตำรวจป่าไม้ หรือตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันอยู่แล้วหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และตำรวจท้องที่ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานตำรวจดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ซ้ำซ้อนกันอีก

3) ยกเลิกตำรวจท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันงานด้านการดูแลรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวมีตำรวจท้องที่เป็นส่วนปฏิบัติการหลักอยู่แล้ว

4) คงไว้ซึ่งหน่วยงานตำรวจที่ต้องอาศัยความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งเกินขีดความสามารถ หรือมีเครือข่ายการกระทำ ความผิดเกินเขตอำนาจของตำรวจ ท้องที่ เช่น การปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ การคุ้มครองผู้บริโภค และการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ เป็นต้น โดยให้กระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับภารกิจดังกล่าว สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอและเหมาะสม แต่จะต้องมีการติดตามประเมินผลงานอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เรื่องที่ยังไม่อาจหา ข้อยุติโดยคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นคือเรื่องอำนาจสอบสวนคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมเพียงแต่วางแผนงานและหลักการ กว้างๆ เช่น

- การตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม

- การกำหนดประเภทหรือลักษณะคดีที่จะมีการสอบสวนร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ และการกำหนดวิธีการทำงานร่วมกัน รวมทั้งเงื่อนไขขั้นตอนและการปฏิบัติระหว่างพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวน

- การกําหนดหน้าที่ของพนักงานสอบสวนให้ต้องแจ้งขั้นตอนดําเนินการและกรอบระยะเวลาสิ้นสุดการดําเนินการในชั้นสอบสวน สิทธิหรือหน้าที่ ของผู้เสียหายและผู้ต้องหา รวมทั้ง อายุความสําหรับคดีแต่ละประเภท ให้ผู้เสียหายและผู้ต้องหาทราบตั้งแต่โอกาสแรก

- การตั้งศูนย์ติดตามข้อมูลคดีอาญาในชั้นสอบสวน เพื่อให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของคดี ตลอดจนการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในคดี

ในเรื่องอำนาจการสอบสวนนั้น ผู้สนใจในภาคประชาสังคม โดยเฉพาะเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) มีความเห็นที่ชัดเจนว่า ให้แยกงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้เป็นสายงานเฉพาะและมีบทบัญญัติคุ้มครองความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ หัวหน้าสอบสวนประจำสถานีตำรวจมีอำนาจสั่งงานสอบสวน มิใช่ผู้บังคับบัญชาในสายงานตำรวจที่อยู่ที่สถานีตำรวจ ซึ่งไม่ควรมีอำนาจสั่งงานสอบสวนแต่ประการใด สำหรับการสอบสวนคดีที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ห้า (บางคนเสนอให้เป็นสิบปี) ขึ้นไป รวมทั้งคดีที่มีการร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการสอบสวน ให้อัยการมีอำนาจตรวจสอบได้ อนึ่ง การสอบสวนต้องกระทำในห้องที่จัดขึ้นเฉพาะ โดยมีการบันทึกภาพและเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้อัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้

ตำรวจคือผู้ใช้อำนาจ ผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้อยู่ใกล้ชิดประชาชน ผู้เป็นจุดตั้งต้นของกระบวนการยุติธรรม ตำรวจที่ดีและเป็นที่พึ่งของประชาชนก็มีมาก แต่ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบก็มีเช่นเดียวกัน หากอำนาจทางการเมือง (ขณะนี้ใช้โดยรัฐบาล คสช. ต่อไปจะใช้โดยรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง) สามารถคุ้มครองประชาชน โดยวางระบบงานของตำรวจให้มีการถ่วงดุลอำนาจการสอบสวน ให้การเลื่อนตำแหน่งใช้ระบบคุณงามความสามารถ และให้ตำรวจเป็นหน่วยงานความยุติธรรมที่เล็กลงและมีความกระฉับกระเฉง มีหน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ จึงจะถือได้ว่า รัฐบาลเอาใจใส่การปฏิรูปตำรวจเพื่อประชาชนอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท