
จับมือกรมศุลฯ โกงค่าเงินเซส มุ่งความโปร่งใส
กยท.-กรมศุลกากร เดินหน้าสอบทุจริตเงินเซส หลังโดนเบรกเปิดเอกชนเข้ามาบริหาร
กยท.-กรมศุลกากร เดินหน้าสอบทุจริตเงินเซส หลังโดนเบรกเปิดเอกชนเข้ามาบริหาร
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ได้ ร่วมมือกับกรมศุลกากรเพื่อตรวจสอบการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมการส่งออกยางพารานอกราชอาณาจักร (เซส) โดยจะสืบหาข้อมูลตามด่านทั่วประเทศ หากพบสิ่งผิดปกติใดๆ ทั้งจากภายใน กยท.และภายนอกจะไม่ละเว้น เพราะการบริหารจัดเก็บเงินเซสเป็นหน้าที่หลักของ กยท.ที่ต้องดูแล หากข้อมูลตรวจสอบได้ทั้งระบบ พบว่ามีการทุจริตจริง กยท.จะดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมายต่อผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิดอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ได้มี คำสั่งตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงในเรื่องการหลบเลี่ยงการจ่ายเงินเซส ขณะที่ กยท.ต้องดำเนินการปรับปรุงระบบการจัดเก็บให้มีความชัดเจนและโปร่งใส เนื่องจากกระทบต่อรายได้ของกองทุน เงินเซสที่ กยท.จะนำมาใช้ตาม พ.ร.บ. การยางต่อไป
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้ประเมินเปรียบเทียบสถิติพื้นที่ปลูกยางในประเทศไทย โดยใช้ฐานข้อมูลเดิมเป็นเกณฑ์ พบว่า หากปี 2560 มีพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 20.5 ล้านไร่ จะให้ปริมาณผลผลิตประมาณ 4.5 ล้านตัน ต่างจากข้อมูลสำรวจจาก ดาวเทียมของจิสด้าในปีเดียวกัน ที่มีพื้นที่ปลูกยางมากกว่า 32 ล้านไร่ ต่างกันเกือบ 11.5 ล้านไร่ จึงเสนอข้อสังเกตว่า ปริมาณผลผลิตยางที่แท้จริงอาจคลาดเคลื่อนไปมากและตัวเลขการส่งออกจริงอาจสูงกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งคณะกรรมการบริการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ด กยท.) เห็นว่าหากมีการลักลอบส่งออกยางจริงต้องสืบหา ข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว







