posttoday
ทบทวนเศรษฐกิจ เมียนมาปี 2017

ทบทวนเศรษฐกิจ เมียนมาปี 2017

06 มีนาคม 2561

ธนกร สังขรัตน์CEO of Modern Myanmar Synergy Co., [email protected]ปี 2017 มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเมียนมาจะขยายตัว 6.7% ในปีงบประมาณปัจจุบัน (FY) ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2017 ตามที่ IMF คาดการณ์ไว้ในเดือน พ.ย. ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าอัตราการเติบโตที่ 5.9% ในปีงบประมาณ 2016/2017 และสูงกว่าการคาดการณ์ของหน่วยงานที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 5.1%

ธนกร สังขรัตน์CEO of Modern Myanmar Synergy Co., [email protected]

ปี 2017 มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเมียนมาจะขยายตัว 6.7% ในปีงบประมาณปัจจุบัน (FY) ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2017 ตามที่ IMF คาดการณ์ไว้ในเดือน พ.ย. ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าอัตราการเติบโตที่ 5.9% ในปีงบประมาณ 2016/2017 และสูงกว่าการคาดการณ์ของหน่วยงานที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 5.1%

ปัจจัยที่ส่งผลให้เศรษฐกิจเมียนมายังคงทะยานในปี 2017 เป็นผลมาจากรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากภาคการเกษตร โดยคาดว่าจะเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเติบโตในอนาคตของประเทศ เนื่องจากการฟื้นตัวจากสภาพอากาศที่เลวร้ายในปีงบประมาณ 2016/2017 จากข้อมูลของธนาคารโลกคาดว่าภาคเกษตรมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 38% ของจีดีพีและสำหรับการส่งออกนั้นภาคเกษตรยังมีสัดส่วนสูงถึงคิดเป็น 23% และในภาคการจ้างงานภาคเศรษฐกิจยังมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของแรงงานในประเทศ

นอกเหนือจากการส่งออกทางการเกษตรเศรษฐกิจของเมียนมาในปี ที่ผ่านมา ยังได้รับปัจจัยเกื้อหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่ผลิตในประเทศและอุตสาหกรรมเบาต่างๆ

อุปสงค์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นช่วยผลักดันการเติบโตของจีดีพี โดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ระบุว่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าขั้นกลางเพิ่มขึ้น 54% และ 20% ตามลำดับระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ค. 2017

การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายของภาครัฐที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2018 เนื่องจากรายได้จากภาษีที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าการเติบโตของจีดีพีปี 2018 จะเติบโตระหว่าง 7-7.5%

แม้จะมีมุมมองเชิงบวกเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความวิตกว่าความขัดแย้งในภาคเหนือของรัฐยะไข่อาจส่งผลกระทบต่อการไหลเข้าของเงินทุนและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตามกองทุนการเงินระหว่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจดูเหมือนจะส่งผลโดยตรงต่อคน เมียนมาส่วนใหญ่มากกว่าที่จะส่งผลกระทบต่อนัยในการพัฒนา หรือส่ง ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ในด้านอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค โดยระดับความต้องการเพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น จากตัวเลขของธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) อัตราเงินเฟ้อของเมียนมาอยู่ที่ 6.8% ในปี 2016 และคาดการณ์ ตัวเลขสิ้นปี 2017 จะอยู่ที่ 7% และปี 2018 จะอยู่ที่ 7.5% ตามลำดับ

โดยอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าวเป็นผลมาจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและตัวเลขค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้ การปฏิรูปที่ชะลอตัวทำให้เกิดความวิตกกังวลทางธุรกิจ โดยขณะที่แนวโน้มการเติบโตในระยะปานกลางและระยะยาวยังคงเป็นบวก แต่สำหรับภาคธุรกิจบางส่วนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ผลสำรวจของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งสหภาพเมียนมาในเดือน ธ.ค. 2017 และบริษัทที่ปรึกษา Roland Berger พบว่าความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจตกต่ำอย่างมาก โดยผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าปัจจัยทางการเมืองขาดความชัดเจนจากการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของรัฐบาล ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญในการลดลงของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จากร้อยละ 73 ในช่วงปลายปี 2016 ถึง 49% อย่างไรก็ตามแม้จะมีข้อกังวลในระยะสั้นแต่ผู้ตอบแบบสอบถาม 88% ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับมุมมองระยะปานกลางถึงระยะยาวของเมียนมา โดยคำนึงถึงศักยภาพของตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง

ความกังวลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นในดัชนีความง่ายในการทำดัชนีธุรกิจของธนาคารโลกในปี 2018 ซึ่งทำให้เมียนมาอยู่ในอันดับ 171 จากการสำรวจทั้งหมด 190 ประเทศ

นอกจากนี้กฎหมายเกี่ยวกับภาคธุรกิจที่เพิ่งได้รับการอนุมัติในเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ที่กำหนดให้มีการดำเนินการบังคับใช้ภายในเดือน ส.ค. 2018 โดยนักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทในเมียนมาได้ถึง 35% ในขณะที่บริษัทจะยังคงถือเป็นบริษัทท้องถิ่นไม่ใช่บริษัทจากต่างประเทศ ปัจจุบันแม้สัดส่วนการถือหุ้นจากต่างประเทศเพียง 1% ในบริษัทก็จะทำให้บริษัทนั้นถือเป็นบริษัทต่างประเทศไปในทันที ซึ่งจะส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการถือครองกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต่างๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ดังกล่าวรัฐบาลมุ่งหวังที่จะทำให้สภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจดีขึ้น ซึ่งจะ ส่งผลช่วยกระตุ้นการไหลเข้าของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศใน ปี 2018 และช่วยขยายฐานการลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงมากยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท