
สัญชาตญาณการอวด
อธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์)ผู้อำนวยการสถาบัน Academy of Business & Creativity (ABC) มหาวิทยาลัยศรีปทุมนักการตลาดอินดี้ ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟแบรนดิ้ง ฉบับวันจันทร์ > คิดเป็นเห็นต่างฉบับวันอังคาร > คิดอย่างธีระชัย> เศรษฐกิจคิดต่างฉบับวันพุธ > ทิศทางประเทศไทยฉบับวันพฤหัสฯ > ฉุดคิดเร่งทำ> Biz Life> เปลี่ยนความคิดเป็นความจริง> มองอย่างวีระศักดิ์ฉบับวันศุกร์ > มิติเศรษฐกิจทำไมเราถึงอยากรู้เรื่องคนอื่น...
อธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์)ผู้อำนวยการสถาบัน Academy of Business & Creativity (ABC) มหาวิทยาลัยศรีปทุมนักการตลาดอินดี้ ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟแบรนดิ้ง ฉบับวันจันทร์ > คิดเป็นเห็นต่างฉบับวันอังคาร > คิดอย่างธีระชัย> เศรษฐกิจคิดต่างฉบับวันพุธ > ทิศทางประเทศไทยฉบับวันพฤหัสฯ > ฉุดคิดเร่งทำ> Biz Life> เปลี่ยนความคิดเป็นความจริง> มองอย่างวีระศักดิ์ฉบับวันศุกร์ > มิติเศรษฐกิจ
ทำไมเราถึงอยากรู้เรื่องคนอื่น...
ทำไม เรามักรู้สึกอยู่เสมอว่า อาหารโต๊ะข้างๆ มันดูน่าอร่อยกว่าของบนโต๊ะเรา
เสื้อผ้าของเพื่อน ทำไมถึงสวยกว่าเสื้อผ้าเรา ทำไมเรามักไม่พอใจในสิ่งที่เรามี
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความรู้สึกแบบข้างต้นนี้ มันพัวพันกันกับสัญชาตญาณเก่าแก่ของสมอง
เรื่องแรก ขออนุญาตพูดถึง "การอวด"
ได้อ่านบทความ รายงานผลการวิจัยว่า ลิงชิมแปนซีตัวผู้จะชอบ โชว์ออฟแสดงพลัง และชอบนำผลไม้หายากๆ มาอวดลิงตัวเมีย เพื่อเป็นการแสดงความเข้มแข็ง โชว์ความพร้อมในการเจริญพันธุ์ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณดิบเหมือนกับสัตว์ตัวผู้ชนิดอื่นๆ ที่มักจะแสดงความแข็งแกร่ง ทั้งนี้ก็เพื่อดึงดูดเพศเมีย
และก็เป็นเรื่องจริงๆ เพราะเจ้าลิงตัวผู้ที่มีของกินดีๆ ก็มักจะได้รับความสนใจจากตัวเมียที่พร้อมในการสืบพันธุ์ นับเป็นหนึ่งในกระบวนการคัดเลือกส่งต่อพันธุ์ที่ดีให้กับสังคม(ลิง)
มีความเชื่อกันว่า แม้จะผ่านระบบวิวัฒนาการมานานแสนนาน แต่ทว่าเจ้าสัญชาตญาณความชอบอวดนี้ มันก็ยังแอบติดอยู่ในระบบสมองส่วนลึก อันแสนโบราณของมนุษย์เรา
เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การอวด จึงกลายเป็นการส่งสัญญาณ เพื่อบอกกับสมาชิกในกลุ่มว่า ตัวเราเองมีของดีอยู่ คู่ควรกับการได้รับการคัดเลือก การยอมรับ และการก้าวขึ้นไปเป็นจ่าฝูง เป็นผู้นำ เพื่อที่จะได้คัดเลือกสิ่งดีๆ ที่จะมาช่วยทำให้การสืบทอดสายพันธุ์เข้มแข็ง
คำถามต่อไป...
แล้วทำไมเราชอบรู้สึกอยู่เสมอว่า อาหารโต๊ะข้างๆ มันดูน่าอร่อยกว่าในโต๊ะเรา ทำไมเสื้อผ้าเพื่อนมักสวยกว่าเสื้อผ้าเรา จนกลายเป็นสำนวนที่ว่า "The grass is always greener on the other side of the fence"
"หญ้าบ้านข้างๆ มักจะเขียวสดกว่าสนามหญ้าหน้าบ้านเราเสมอ"
เพราะเหตุใด ทำเราไม่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี?
การที่เราคิดว่าข้าวของคนอื่นนั้น ดูดี ดูอร่อยกว่าข้าวในจานของเรานั้น มันเป็นผลจากสัญชาตญาณเพื่อการดำรงชีวิต การสืบเผ่าพันธุ์ เพื่อการอยู่รอดด้วยเหตุข้างต้นเป็นหลัก
เจ้าสัญชาตญาณแบบเดิมๆ นอกจากทำให้เราชอบอวดแล้ว มันยังทำให้เราเกิดความไม่พอใจในสิ่งที่เรามี ทำให้เราต้องพยายามหาทางจำกัดทรัพยากรของอีกฝ่าย กลายเป็นสัญชาตญาณในการกำจัดคู่แข่ง
ซึ่งวิธีการทำให้คู่แข่งอ่อนแอ นั่นคือการตัดทรัพยากรอาหาร ซึ่งในอดีตนั้นนับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด
แม้ว่าจะฟังดูว่าสัญชาตญาณจะทำให้เรานั้น ทั้งขี้อวด และขี้อิจฉาซะเหลือเกิน แต่ทว่าสมองของมนุษย์เรา ก็ถูกพัฒนาขึ้นจนสามารถควบคุมสัญชาตญาณดิบเหล่านี้ได้ด้วยการใช้สมองส่วนหน้ามาช่วยคิด กลั่นกรอง แยกแยะ ควบคุม ให้กลายเป็นความรู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่ก็ไม่วายที่ใน บางเวลาที่เราเผลอๆ เจ้าสัญชาตญาณแบบเดิมๆ มันยังคงทำหน้าที่อยู่อย่างซื่อตรง
เมื่อโลกยุคเก่าผ่านไป การอวดผลไม้แบบลิง เปลี่ยนพลิกผันไปเป็นการอวดเรื่องราว ทางสื่อโซเชียลในโลกยุคดิจิทัล ที่มันช่างออกแบบมาตอบสนองสัญชาตญาณการอวดแบบสุดๆ
กว่าจะได้ทานข้าว เราจะมีพิธีกรรม แชะ โชว์ และแชร์ เพิ่มมา
ทั้งการอวดมื้ออาหารน่าทาน ของสวยงาม ที่ท่องเที่ยว เหตุการณ์ประทับใจ ไลฟ์สไตล์กับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว คนรัก ภายใต้สิ่งแวดล้อมต่างๆ กันไปในแต่ละบุคคล แต่ทั้งหมดนั้นดูเหมือนมีจุดร่วมบางอย่างคล้ายๆ กับว่า เป็นการทำเพื่อส่งสารระบุสถานะทางสังคม
เพราะเราอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่สามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้ด้วยการใช้เงินทุน
การอวดภาพต่างๆ ในโซเชียล จึงละม้ายคล้ายเป็นมาตรวัด ความมั่งคั่ง เป็นตัวแทนของการแสดงศักยภาพ และสถานะในโลกปัจจุบัน ที่แตกต่างไปจากมาตรวัดในโลกดึกดำบรรพ์
แม้เวลาจะผ่านไปแสนนานแล้ว แต่กลไกการอวดของเรานั้นยังมีความหมายแบบดั้งเดิมนั่นคือ... เป็นการแสดงความแข็งแกร่งในสถานะ หรือเป็นส่วนสำคัญของฝูง (สังคม)
รวมทั้งเป็นเส้นทางการก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของแรงปรารถนา นั่นคือการได้ยอมรับในการเป็นจ่าฝูง ที่สามารถแสดงผ่านความมั่งคั่ง ไลฟ์สไตล์ รวมทั้งเป็นการเสาะหากลุ่มคนที่มีความคิดมีรสนิยม มี ความเห็นสอดคล้องต้องกัน
ซึ่งทั้งหมดนั้น คงต้องของสันนิษฐานว่า มันเป็นการทำไปโดยสัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ภายในสมอง คล้ายๆ กับผลงานวิจัยลิง ที่กล่าวอ้างอิงไว้ข้างต้น
ทว่าเรื่องราวการอวดของมนุษย์เราๆ ท่านๆ ในโลกโซเชียล ก็มักจะสร้างให้เกิดผลกระทบจากการอวดอย่างเกินขอบเขต หลายๆ ครั้งก็ กลายเป็นกระแส ทั้งบวกและลบ ปะปน ระคนกันไป
วินาทีนี้ เราเดินทางก้าวหน้า ไกลห่างจากลิงในยุคดึกดำบรรพ์ มานานมากแล้ว แต่สัญชาตญาณที่ซุกซ่อนอยู่ในสมองส่วนลึกของเรา มันยังทำงานอย่างซื่อตรง และในโลกออนไลน์ที่เวลาทุกวินาทีเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และช่างเปราะบาง
การดำรงตนอย่างมีสติ และรู้เท่าทันสัญชาตญาณของสมอง ก็ยังนับว่าเป็นเรื่องที่เราควรให้ความสนใจ เพื่อที่อย่างน้อยๆ จะไม่ตก เป็นเหยื่อของการอวดแบบไม่รู้เท่าทันสัญชาตญาณของเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน n







