
ธุรกิจในกัมพูชา และเวียดนาม
สยาม ประสิทธิศิริกุลประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SMEบมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยากัมพูชาและเวียดนามยังเป็นประเทศสุดฮอตในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทย ปัจจัยหลักๆ ที่สองประเทศนี้ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกคือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูง มีประชากรที่มีอายุเฉลี่ยอยู่ในวัยแรงงานจำนวนมาก ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอำนาจการซื้อและกล้าใช้จ่าย
สยาม ประสิทธิศิริกุลประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SMEบมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
กัมพูชาและเวียดนามยังเป็นประเทศสุดฮอตในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทย ปัจจัยหลักๆ ที่สองประเทศนี้ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกคือ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูง มีประชากรที่มีอายุเฉลี่ยอยู่ในวัยแรงงานจำนวนมาก ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีอำนาจการซื้อและกล้าใช้จ่าย
ผมเองเห็นว่าผู้ประกอบการไทยจำนวนมากสนใจขยายธุรกิจไปยังสองประเทศนี้ ผมจึงขอแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจของทั้งสองประเทศ ในรูปแบบถาม-ตอบ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจครับ เริ่มต้นที่ กัมพูชา สินค้าใดที่มีโอกาสในตลาดกัมพูชา ผมมองว่าสินค้าจำพวกขนม สินค้าที่เกี่ยวกับความงาม โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ทำให้ผิวขาว สินค้าที่เกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ บ้านและเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมืองกำลังขยาย ส่วนสินค้าที่บุกตลาดค่อนข้างยาก คือสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การเกษตร เพราะมีรายใหญ่ครองตลาดอยู่แล้ว ควรทำการตลาดผ่านช่องทางใด โทรทัศน์ยังเป็นสื่อที่เข้าถึงคนกัมพูชาได้เป็นอันดับหนึ่ง ส่วนสื่อออนไลน์ต้องพัฒนาอีกมาก
ส่วนวิธีหาพันธมิตรหรือผู้แทนจำหน่ายในกัมพูชานั้น มี 2 วิธีครับ วิธีที่ 1 คือ หากแบรนด์เราแข็งแกร่งอยู่แล้ว พันธมิตร หรือผู้แทนจำหน่ายจะเป็นฝ่ายเข้ามาหาเราเอง ส่วนวิธีที่ 2 สามารถหาได้ผ่านหน่วยงานของรัฐบาล หากผู้แทนจำหน่ายชาวกัมพูชาขอผูกขาดการขายสินค้าของเราแต่เพียงผู้เดียว ควรทำอย่างไร ผมไม่แนะนำให้ผูกขาดรายใดรายหนึ่ง โดยแนะนำให้ทำเป็นสัญญา เช่น 6 เดือน หรือ 1 ปี
มาที่เวียดนามกันบ้างนะครับ เมืองที่ควรเข้าไปทำธุรกิจ นอกจากโฮจิมินห์และฮานอยแล้ว ดานัง เป็นอีกเมืองที่น่าสนใจ เพราะเป็นเมืองใหญ่ เป็นจุดกระจายสินค้า คนเริ่มกล้าใช้เงิน สินค้าใดบ้างที่ยังเจาะตลาดเวียดนามได้ สินค้าประเภทอาหารแห้ง ขนมขบเคี้ยว เสื้อผ้าที่มีเครื่องประดับและออกเซ็กซี่นิดๆ รวมถึงซิป กระดุม ตะขอ ชิ้นส่วนที่ใช้ในการตัดเย็บ และของประดับเครื่องแต่งกาย ส่วนเครื่องมือเกษตรชิ้นเล็กๆ แนะนำให้เจาะตลาดเวียดนามใต้ เพราะเป็นแหล่งเกษตรกรรม ส่วนสินค้าที่ค่อนข้างทำตลาดยาก คือ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และพวกเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เพราะอิเกียไปเปิดในเวียดนามแล้ว
เพื่อติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการไทยที่สนใจไปลงทุนในสองประเทศนี้ กรุงศรี จึงจัดงานสัมมนา "Krungsri Business Talk : กัมพูชา VS เวียดนาม ตลาดไหน ใช่เลย!" ขึ้นในวันที่ 14 มี.ค. เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ ผู้ประกอบการอย่างแน่นอนครับ







